แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แบบเรียน HSK 4 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แบบเรียน HSK 4 แสดงบทความทั้งหมด

7/08/2569

HSK4: บทที่ 17 ความหมายของคำว่า 难受

คำว่า "难受" (nánshòu) เป็นคำที่น่าสนใจมากค่ะ เพราะแปลได้หลายอย่างขึ้นอยู่กับบริบท แต่หัวใจหลักของมันคือ "ความรู้สึกไม่สบาย" ไม่ว่าจะเป็นทางกายหรือทางใจ 

1. ไม่สบายกาย (รู้สึกป่วย/อึดอัดทางร่างกาย)

ใช้เมื่อร่างกายรู้สึกผิดปกติ เช่น เวียนหัว คลื่นไส้ หรืออยู่ในที่ที่อากาศหายใจลำบาก

ตัวอย่าง: 

我感冒了,身体很难受。

(Wǒ gǎnmào le, shēntǐ hěn nánshòu.) — ฉันเป็นหวัด ร่างกายรู้สึกไม่สบาย/ทรมานจัง

“坐久了,我的腰很难受。” 

(Zuò jiǔ le, wǒ de yāo hěn nánshòu.) — นั่งนานแล้ว ปวดหลัง (ไม่สบายหลัง) จังเลย

บริบทอื่นๆ: นั่งรถแล้วเมารถ (晕车 yūnchē), ดื่มเหล้าหนักแล้วปวดหัว

2. ไม่สบายใจ (เสียใจ/เศร้า/เจ็บปวดใจ)

ใช้เมื่อเจอเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจ ผิดหวัง หรือเสียใจอย่างหนัก

ตัวอย่าง: 听了这个消息,我心里很难受。

(Tīngle zhè ge xiāoxi, wǒ xīnlǐ hěn nánshòu.)

พอได้ยินข่าวนี้ ในใจของฉันรู้สึกเสียใจ/เจ็บปวดมาก


3. อึดอัดใจ (ทำตัวไม่ถูก/สถานการณ์กระอักกระอ่วน)

ใช้ในสถานการณ์ที่เรารู้สึกว่ามัน "อยู่ยาก" หรือ "วางตัวลำบาก"

ตัวอย่าง: 坐在这儿不说话,让人心头难受。

(Zuò zài zhèr bù shuōhuà, ràng rén xīntóu nánshòu.)

นั่งอยู่ตรงนี้โดยไม่พูดอะไรกันเลย มันทำให้คนรู้สึกอึดอัดนะ

💡 ข้อแตกต่าง (难受 vs 舒服)

难受 คือคำตรงข้ามของ 舒服 (shūfu - สบาย)  

舒服 = สบายกาย / สบายใจ

难受 = ไม่สบายกาย (ป่วย/ทรมาน) / ไม่สบายใจ (เศร้า/อึดอัด)

เปรียบเทียบ 难受 กับคำว่า 难过 (nánguò) ที่แปลว่าเสียใจเหมือนกันด้วยไหมคะ?  

💡 ทริคจำง่ายๆ  

难过 = ผ่าน (过) ไปได้ ยาก (难) -> ใช้กับความรู้สึกทางใจที่ต้องใช้เวลาผ่านมันไป

难受 = รับ (受) มา ยาก (难) -> ใช้กับสิ่งที่ร่างกายหรือจิตใจได้รับมาแล้วมัน "ทนรับไว้ไม่ไหว" (ไม่ว่าจะป่วยหรืออึดอัดใจ)

HSK4: บทที่ 17 การใช้คำว่า 尊重

 คำว่า 尊重 (zūnzhòng) แปลว่า "ให้เกียรติ" หรือ "เคารพ"  

แต่ความน่าสนใจของคำนี้คือ "ระดับความหมาย" ที่ลึกซึ้งกว่าคำว่าเคารพทั่วไป (อย่างเช่น 尊敬 zūnjìng ที่ใช้กับผู้ใหญ่) โดย 尊重 มักใช้ในบริบทของการยอมรับในสิทธิ ความคิดเห็น หรือศักดิ์ศรีของผู้อื่น

หลักการใช้ 尊重 (zūnzhòng)

1. ใช้กับการให้เกียรติ "บุคคล" (ในฐานะที่เท่าเทียมกัน หรือให้เกียรติในสิทธิ)

我们应该尊重他人。(Wǒmen yīnggāi zūnzhòng tārén.)

พวกเราควรให้เกียรติผู้อื่น

尊重对手 (zūnzhòng duìshǒu) — ให้เกียรติคู่ต่อสู้

2. ใช้กับการเคารพ "ความคิดเห็น" หรือ "การตัดสินใจ

我尊重你的选择。(Wǒ zūnzhòng nǐ de xuǎnzé.)ฉันเคารพการตัดสินใจของคุณ

3. ใช้กับการเคารพ "กฎกติกา" หรือ "วัฒนธรรม

尊重当地的风俗习惯。(Zūnzhòng dāngdì de fēngsú xíguàn.)เคารพขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่นนั้นๆ

💡 ข้อแตกต่างที่น่าสนใจ (尊重 vs 尊敬) 

คำศัพท์คำแปลบริบทการใช้尊重 (zūnzhòng)ให้เกียรติ / เคารพใช้ได้กับทุกคน เน้นเรื่องสิทธิ ศักดิ์ศรี และความคิดเห็น尊敬 (zūnjìng)เคารพรัก / นับถือมักใช้กับ ผู้ที่มีอาวุโสกว่า เช่น ครูบาอาจารย์ หรือผู้ใหญ่

4/15/2569

HSK4: บทที่ 7 การใช้ 要是

要是 (yàoshi) เป็นอีกหนึ่งตัวที่นักเรียนจะได้ใช้บ่อยมาก เพราะเป็นหัวใจของการสร้าง "ประโยคเงื่อนไข" ในภาษาจีน 

คำอธิบายไวยากรณ์: 要เป็น (yàoshi)

要是 เป็นคำสันธาน (Conjunction) ที่ใช้ในการ สมมติ สถานการณ์ขึ้นมาค่ะ

  • ความหมาย: ถ้า, หาก, ถ้าหากว่า (If / In case)

  • โครงสร้างที่นิยมใช้:

    1. 要是……,就…… (ถ้า...... ก็......)

    2. 要是……(的话),就…… (ถ้า...... (ละก็) ก็......)

      • การใส่ 的话 (de huà) ต่อท้ายประโยคสมมติ จะช่วยให้ภาษาดูเป็นธรรมชาติและชัดเจนขึ้นในภาษาพูดค่ะ


วิเคราะห์ประโยคตัวอย่างจากแบบเรียน

  1. 要是健康是1,其他都是1后面的0 (Yàoshi jiànkāng shì yī, qítā dōu shì yī hòumiàn de líng.)

    • คำแปล: ถ้าสุขภาพคือเลข 1 สิ่งอื่น ๆ ก็เป็นเพียงเลข 0 ที่ตามหลังเลข 1 เท่านั้น

    • ความหมายแฝง: เป็นการเปรียบเทียบให้เห็นว่าสุขภาพสำคัญที่สุด ถ้าไม่มีเลข 1 (สุขภาพ) เลข 0 ตัวอื่น ๆ (เงินทอง, ชื่อเสียง) ก็ไม่มีค่าอะไรเลยค่ะ

  2. 要是你想来中国的大学留学,…… 那么就需要做好这些准备。 (Yàoshi nǐ xiǎng lái Zhōngguó de dàxué liúxué, ... nàme jiù xūyào zuò hǎo zhèxiē zhǔnbèi.)

    • คำแปล: ถ้าคุณอยากจะมาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยในประเทศจีน... ก็จำเป็นต้องเตรียมตัวเหล่านี้ให้พร้อม

    • วิเคราะห์: ใช้ 那么 (nàme) เสริมคู่กับ เพื่อเน้นย้ำผลลัพธ์ที่ต้องทำตามเงื่อนไขค่ะ

  3. 要是质量比别人的好的话,那么价格贵一点儿也是可以接受的。 (Yàoshi zhìliàng bǐ biérén de hǎo de huà, nàme jiàgé guì yìdiǎnr yěshì kěyǐ jiēshòu de.)

    • คำแปล: ถ้าคุณภาพดีกว่าของคนอื่น(ละก็) ราคาที่แพงกว่าสักหน่อยก็ถือว่ายอมรับได้

    • วิเคราะห์: ประโยคนี้มีการใช้ 的话 เข้ามาเสริมเพื่อให้ประโยคสมมติสมบูรณ์ขึ้นค่ะ


สรุปเทคนิคการจำ

  • ความแตกต่างกับ 如果 (rúguǒ): ในระดับนี้สามารถบอกได้ว่า 要是 มักใช้ในภาษาพูดมากกว่า ส่วน 如果 จะใช้ได้ทั้งภาษาพูดและภาษาเขียนที่เป็นทางการค่ะ

  • คู่หูของมัน: เน้นย้ำว่าเมื่อมี 要是 ในประโยคแรก ประโยคหลังมักจะมี (jiù) มารับเสมอเพื่อบอกผลลัพธ์ค่ะ

4/14/2569

HSK4: บทที่ 7 การใช้ 既……又/也/还……


既……又/也/还…… (jì... yòu/yě/hái...) ซึ่งเป็นคำสันธานที่ใช้บ่อยมากในระดับ HSK 4 เพื่อบอกถึงลักษณะหรือสถานการณ์ "สองอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกัน"

คำอธิบายไวยากรณ์: 既……又/也/还……

โครงสร้างนี้ใช้เชื่อมคำกริยา (Verbal structures) หรือคำคุณศัพท์ (Adjectives) โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ ทั้งสองส่วนมักจะมีโครงสร้างทางไวยากรณ์ที่เหมือนกัน และต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน (บวกทั้งคู่ หรือ ลบทั้งคู่)

  • ความหมาย: ทั้ง...และ... / ทั้งยัง...อีกด้วย

  • จุดประสงค์: เพื่อแสดงความสัมพันธ์แบบขนาน (Parallelism) ว่าสิ่งหนึ่งมีคุณสมบัติหรือผลลัพธ์สองอย่างในเวลาเดียวกัน


วิเคราะห์ประโยคตัวอย่างจากแบบเรียน

(1) 散步是生活中最简单的锻炼方法,既可以活动身体,又可以减肥 (Sànbù shì shēnghuó zhōng zuì jiǎndān de duànliàn fāngfǎ, jì kěyǐ huódòng shēntǐ, yòu kěyǐ jiǎnféi.)

  • คำแปล: การเดินเล่นเป็นวิธีการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุดในชีวิต ทั้งสามารถยืดเส้นยืดสาย และยังสามารถลดน้ำหนักได้อีกด้วย

  • วิเคราะห์: เชื่อมโครงสร้างกริยา (活动身体 และ 减肥) ที่เป็นผลบวกทั้งคู่

(2) 成功离不开交流,交流自然需要说话。会说话的人既容易交到朋友,也容易获得成功。 (Chénggōng lí bù kāi jiāoliú, jiāoliú zìrán xūyào shuōhuà. Huì shuōhuà de rén jì róngyì jiāodào péngyou, yě róngyì huòdé chénggōng.)

  • คำแปล: ความสำเร็จแยกขาดจากการสื่อสารไม่ได้ และการสื่อสารย่อมต้องมีการพูด คนที่พูดเป็นทั้งหาเพื่อนได้ง่าย และก็ได้รับความสำเร็จได้ง่ายเช่นกัน

  • วิเคราะห์: ใช้ 既...也... เพื่อบอกคุณสมบัติที่เป็นผลดีสองอย่าง

(3) 他那个人做事既不认真,动作还慢,这个工作这么重要,还是让别人做吧。 (Tā nàge rén zuòshì jì bù rènzhēn, dòngzuò hái màn, zhège gōngzuò zhème zhòngyào, háishì ràng biérén zuò ba.)

  • คำแปล: คนคนนั้นทำงานทั้งไม่ตั้งใจ แถมยังเชื่องช้าอีก งานนี้สำคัญขนาดนี้ ให้คนอื่นทำเถอะ

  • วิเคราะห์: ใช้ 既...还... เชื่อมลักษณะในเชิงลบ (Negative) ทั้งสองอย่าง


สรุปเทคนิคการใช้ :

  1. ทิศทางเดียวกัน: ถ้าดีก็ต้องดีทั้งคู่ (เช่น 既漂亮又聪明 - ทั้งสวยและฉลาด) ถ้าแย่ก็ต้องแย่ทั้งคู่ (เช่น 既贵又不漂亮 - ทั้งแพงและไม่สวย)

  2. การเลือกใช้คำเชื่อมตัวหลัง: * 又 (yòu): นิยมใช้มากที่สุดในภาษาพูดและเขียนทั่วไป

    • 也 (yě): เน้นความคล้อยตามกัน

    • 还 (hái): ให้ความรู้สึกว่า "แถมยัง..." (มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อย)

ความแตกต่างระหว่าง 不仅...还... กับ 既...又...

1. 不仅……还…… (Bùjǐn... hái...)

  • จุดเน้น: เน้นการ "เพิ่มระดับ" หรือการเติมข้อมูลใหม่ที่น่าสนใจกว่าเดิม (Progressive relationship)

  • ความรู้สึก: เหมือนการบอกว่า "ไม่ใช่แค่แค่นี้นะ แต่ยังมีอีก!"

  • ตัวอย่าง:

    • 他不仅会说汉语,还会说英语。

    • (Tā bùjǐn huì shuō Hànyǔ, hái huì shuō Yīngyǔ.)

    • เขาไม่เพียงแต่พูดภาษาจีนได้ แต่ยังพูดภาษาอังกฤษได้ด้วย (เน้นว่ามีความสามารถเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง)

2. 既……又…… (Jì... yòu...)

  • จุดเน้น: เน้นการ "บอกคุณสมบัติที่ขนานกัน" หรือมีอยู่พร้อม ๆ กัน (Parallel relationship)

  • ความรู้สึก: เหมือนการบรรยายลักษณะของสิ่งหนึ่งว่ามี 2 ด้านที่เท่าเทียมกัน

  • ตัวอย่าง:

    • 这件衣服既漂亮又便宜。

    • (Zhè jiàn yīfu jì piàoliang yòu piányi.)

    • เสื้อตัวนี้ทั้งสวยและราคาถูก (บอกคุณสมบัติของเสื้อตัวเดียวที่มี 2 ข้อดีพร้อมกัน)


สรุปเปรียบเทียบผ่านสถานการณ์เดียวกัน

เพื่อให้เห็นภาพชัด ลองใช้ประโยคเรื่อง "การออกกำลังกาย" เปรียบเทียบดูนะคะ:

  • แบบที่ 1 (เน้นคุณสมบัติคู่ขนาน):

    • 运动可以健康,可以快乐。

    • (Yùndòng jì kěyǐ jiànkāng, yòu kěyǐ kuàilè.)

    • การออกกำลังกายทั้งทำให้สุขภาพดี และยังทำให้มีความสุขด้วย (มองว่าเป็นผลพลอยได้ที่มาคู่กัน)

  • แบบที่ 2 (เน้นการเพิ่มระดับความสำคัญ):

    • 运动不仅对身体好,对心情好。

    • (Yùndòng bùjǐn duì shēntǐ hǎo, hái duì xīnqíng hǎo.)

    • การออกกำลังกายไม่เพียงแต่ดีต่อร่างกาย แต่ยังดีต่อจิตใจด้วย (เน้นย้ำว่าประโยชน์มันครอบคลุมไปถึงเรื่องใจด้วยนะ ไม่ใช่แค่กายอย่างเดียว)


เทคนิคเล็ก ๆ :

  • 不仅 สามารถใช้กับประธาน 2 ตัวได้ (เช่น ไม่ใช่แค่ฉันที่ไป เขาก็ไป)

  • มักใช้กับประธานตัวเดียวเพื่อบรรยายลักษณะหรือผลลัพธ์ของสิ่งนั้น ๆ ค่ะ

4/13/2569

HSK4: บทที่ 7 โครงสร้าง 不仅...还/也/而且

不仅...还/也/而且... (bùjǐn... hái/yě/érqiě...)

เป็น "คำสันธาน" (Conjunction) ที่ใช้เชื่อมประโยคเพื่อแสดงความหมายในเชิง "เพิ่มระดับ" หรือ "ยิ่งไปกว่านั้น"

  • ความหมาย: ไม่เพียงแต่... แต่ยัง... (อีกด้วย)

  • โครงสร้างการวางตำแหน่ง:

    1. ถ้าประธานตัวเดียวกัน: วาง 不仅 ไว้ หลัง ประธาน

      • ตัวอย่าง:不仅 帅, 很有钱。 (เขาไม่เพียงแต่หล่อ แต่ยังรวยด้วย)

    2. ถ้าประธานคนละตัว: วาง 不仅 ไว้ หน้า ประธานตัวที่หนึ่ง

      • ตัวอย่าง: 不仅 我去,他 去。 (ไม่เพียงแต่ฉันที่จะไป เขาก็ไปด้วย)

วิเคราะห์จากบทเรียน:

  • 抽烟不仅对自己没好处,还会影响周围人的身体健康 (Chōuyān bùjǐn duì zìjǐ méi hǎochù, hái huì yǐngxiǎng zhōuwéi rén de shēntǐ jiànkāng.)

    • การแปล: การสูบบุหรี่ไม่เพียงแต่ไม่มีข้อดีต่อตนเอง แต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนรอบข้างด้วย

    • จุดสังเกต: ประธานคือ "การสูบบุหรี่" (抽烟) เพียงอย่างเดียว 不仅 จึงวางไว้ข้างหลังได้

1. โครงสร้าง 不仅...还... (ไม่เพียงแต่... แต่ยัง...)

นิยมใช้มากที่สุดในภาษาพูดและภาษาเขียนทั่วไป เพื่อบอกข้อมูลเพิ่มเติมในด้านเดียวกัน

  • เขาไม่เพียงแต่พูดภาษาจีนได้ แต่ยังพูดภาษาอังกฤษได้ดีมากด้วย

    他不仅会说汉语,会说英语。 (Tā bùjǐn huì shuō Hànyǔ, hái huì shuō Yīngyǔ.)

  • แอปเปิลไม่เพียงแต่รสชาติดี แต่ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายมากด้วย

    苹果不仅好吃,对身体很有好处。 (Píngguǒ bùjǐn hǎochī, hái duì shēntǐ hěn yǒu hǎochù.)


2. โครงสร้าง 不仅...也... (ไม่เพียงแต่... ก็ยัง...)

มักใช้เมื่อประโยคมี "ประธานสองคน" หรือต้องการเน้นว่าสิ่งที่ตามมาก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน

  • การสูบบุหรี่ไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อตัวเอง แต่ยังส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างด้วย

    抽烟不仅对自己没好处,会影响周围人的身体健康。 (Chōuyān bùjǐn duì zìjǐ méi hǎochù, yě huì/hái huì yǐngxiǎng zhōuwéi rén de shēntǐ jiànkāng.) (ในบทเรียนใช้ 还 แต่อย่างที่บอกว่าใช้ 也 แทนได้ในเชิงความหมายว่า "ก็" ส่งผลกระทบเช่นกันค่ะ)

  • ไม่เพียงแต่ฉันที่ไปหาหมอ เขาก็ไปหาหมอด้วยเหมือนกัน

    不仅去看了医生,去看了医生。 (Bùjǐn wǒ qù kànle yīshēng, tā yě qù kànle yīshēng.)  


3. โครงสร้าง 不仅...而且... (ไม่เพียงแต่... ยิ่งไปกว่านั้น...)

ให้ความรู้สึกที่เป็นทางการมากขึ้น หรือเน้นการ "ยกระดับ" ของเนื้อหาประโยคหลังให้หนักแน่นขึ้น

  • เขาไม่เพียงแต่ฉลาด ยิ่งไปกว่านั้นยังขยันมากอีกด้วย

    不仅很聪明,而且非常努力。 (Tā bùjǐn hěn cōngmíng, érqiě fēicháng nǔlì.)

  • อากาศที่นี่ไม่เพียงแต่แห้ง ยิ่งไปกว่านั้นยังหนาวเป็นพิเศษด้วย

    这里的气候不仅很干,而且特别冷。 (Zhèlǐ de qìhòu bùjǐn hěn gān, érqiě tèbié lěng.)


💡 ข้อควรระวัง (Tips):

  1. ตำแหน่งของ 不仅:

    • ถ้า ประธานตัวเดียวกัน ให้วาง 不仅 ไว้ หลัง ประธาน (เช่น 他不仅...)

    • ถ้า ประธานคนละตัว ให้วาง 不仅 ไว้ หน้า ประธานตัวแรก (เช่น 不仅我去,他也去。)

  2. การใช้ควบคู่กัน: ในบางกรณีเราสามารถใช้ร่วมกันเป็น 不仅...而且还... เพื่อเน้นย้ำสุด ๆ ไปเลยก็ได้

4/12/2569

HSK4: บทที่ 7 การใช้คำว่า 来不及!


1. การใช้ 来不及 (láibují)

คำนี้เป็น "กริยาวลี" (Verb Phrase) ที่ใช้บอกผลของการกระทำ (Potential Complement)

  • ความหมาย: ไม่ทัน, สายเกินไป, เวลาไม่พอที่จะ...

  • โครงสร้างหลัก:

    1. 来不及 + (Verb): ไม่ทันที่จะ (ทำกริยานั้น)

    2. 来不及了: สายเกินไปแล้ว / ไม่ทันแล้ว (มักใช้จบประโยคเมื่อสถานการณ์บีบคั้น)

ตัวอย่างจากแบบเรียนและเพิ่มเติม:

  • 后悔就来不及了 (Hòuhuǐ jiù láibují le.) = จะเสียใจก็ไม่ทันแล้ว (สายเกินไปแล้ว)

  • 来不及看病 (Láibují kànbìng.) = ไม่ทันได้ไปหาหมอ (เพราะไม่มีเวลา)

  • 电影八点开始,现在七点五十了,估计来不及了。 (Diànyǐng bādiǎn kāishǐ, xiànzài qīdiǎn wǔshí le, gūjì láibují le.) = หนังเริ่ม 8 โมง ตอนนี้ 7 โมง 50 แล้ว คาดว่าไม่ทันแล้ว

ข้อสังเกต: คำตรงข้ามคือ 来得及 (láidejí) แปลว่า "ทัน" หรือ "มีเวลาพอ" ค่ะ

4/09/2569

HSK4: บทที่ 7 Text 5

บทที่ 7 ของ HSK 4 (Standard Course) หัวข้อคือ "最好的医生是自己" (คุณหมอที่ดีที่สุดคือตัวเราเอง) ซึ่งเนื้อหาจะเน้นเรื่องสุขภาพ การพักผ่อน และทัศนคติต่อการใช้ชีวิต

เรามาปิดท้ายบทที่ 7 ด้วย Text 5 เป็นบทความที่ให้ข้อคิดดีมากเรื่องความเรียบง่ายของการรักษาสุขภาพและความสัมพันธ์ในครอบครัว 

课文 5: บทความเรื่องการเดินเล่นและความสุขในครอบครัว

(Kèwén wǔ)

我听一位医生说过一句话:“最好的医生是自己,最好的药是时间,最好的运动是散步。 (Wǒ tīng yí wèi yīshēng shuōguo yí jù huà: “Zuì hǎo de yīshēng shì zìjǐ, zuì hǎo de yào shì shíjiān, zuì hǎo de yùndòng shì sànbù.”) ฉันเคยได้ยินหมอท่านหนึ่งพูดประโยคหนึ่งว่า: “หมอที่ดีที่สุดคือตัวเอง, ยาที่ดีที่สุดคือเวลา, และการออกกำลังกายที่ดีที่สุดคือการเดินเล่น”

前两条我理解得不深,最后一条我完全同意。 (Qián liǎng tiáo wǒ lǐjiě de bù shēn, zuìhòu yì tiáo wǒ wánquán tóngyì.) สองข้อแรกฉันยังเข้าใจได้ไม่ลึกซึ้งนัก แต่ข้อสุดท้ายฉันเห็นด้วยอย่างยิ่ง

散步是生活中最简单的锻炼方法,既可以活动身体,又可以减肥,而且不会像跑步那样辛苦。 (Sànbù shì shēnghuó zhōng zuì jiǎndān de duànliàn fāngfǎ, jì kěyǐ huódòng shēntǐ, yòu kěyǐ jiǎnféi, érqiě búhuì xiàng pǎobù nàyàng xīnkǔ.) การเดินเล่นเป็นวิธีการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุดในชีวิต ทั้งสามารถยืดเส้นยืดสาย และยังลดน้ำหนักได้ด้วย แถมยังไม่เหนื่อยลำบากเหมือนกับการวิ่ง

晚饭后,一家人一起出去散散步,是一件很幸福的事情。 (Wǎnfàn hòu, yìjiā rén yìqǐ chūqù sànsàn bù, shì yí jiàn hěn xìngfú de shìqing.) หลังมื้อค่ำ ทั้งครอบครัวออกไปเดินเล่นด้วยกัน เป็นเรื่องที่มีความสุขมากอย่างหนึ่ง

肚子吃饱了需要活动,家人忙了一天需要交流, (Dùzi chībǎo le xūyào huódòng, jiārén mángle yìtiān xūyào jiāoliú,) เมื่อท้องอิ่มก็จำเป็นต้องขยับร่างกาย คนในครอบครัวยุ่งมาทั้งวันก็จำเป็นต้องสื่อสารพูดคุยกัน

夫妻说说一天的工作能加深感情,听孩子谈谈学校里有意思的事,一天的烦恼就都跑掉了。 (Fūqī shuōshuo yìtiān de gōngzuò néng jiāshēn gǎnqíng, tīng háizi tántan xuéxiào lǐ yǒuyìsi de shì, yìtiān de fánnǎo jiù dōu pǎodiào le.) สามีภรรยาพูดคุยเรื่องงานในแต่ละวันสามารถช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งขึ้น ฟังลูก ๆ เล่าเรื่องสนุก ๆ ในโรงเรียน ความกลัดกลุ้มใจของทั้งวันก็จะมลายหายไปสิ้น


คำศัพท์ใหม่ (生词 - Shēngcí)

  1. (jì): ทั้ง... (ใช้คู่กับ)

  2. 减肥 (jiǎn féi): ลดน้ำหนัก

  3. 辛苦 (xīnkǔ): ลำบาก, เหนื่อยยาก

  4. 肚子 (dùzi): ท้อง

  5. 感情 (gǎnqíng): ความรู้สึก, ความสัมพันธ์ทางอารมณ์

  6. 烦恼 (fánnǎo): กลัดกลุ้ม, กังวลใจ

  7. (diào): (คำเสริมกริยา) บ่งบอกถึงการหายไปหรือผลสำเร็จของการกระทำ


จุดที่น่าสนใจ :

  • โครงสร้าง 既...又...: ในบทนี้ใช้เชื่อมผลดีของการเดินเล่นคือ 活动身体 (ขยับร่างกาย) และ 减肥 (ลดน้ำหนัก) ค่ะ

  • คำเสริมกริยา 掉 (diào): ในประโยคสุดท้าย 跑掉了 (pǎodiào le) คำว่า ทำหน้าที่บอกว่าความกังวลนั้น "หลุดลอย/หายไป" ซึ่งเป็นสำนวนที่ใช้บ่อยในภาษาจีนค่ะ

  • ความหมายของ 夫妻 (fūqī): หมายถึงสามีภรรยา (Husband and Wife) ซึ่งเชื่อมโยงกับความสัมพันธ์ในครอบครัวค่ะ 

HSK4: บทที่ 7 Text 4

บทที่ 7 ของ HSK 4 (Standard Course) หัวข้อคือ "最好的医生是自己" (คุณหมอที่ดีที่สุดคือตัวเราเอง) ซึ่งเนื้อหาจะเน้นเรื่องสุขภาพ การพักผ่อน และทัศนคติต่อการใช้ชีวิต 

Text 4 นี้จะเปลี่ยนจากบทสนทนามาเป็นบทความสั้น ๆ ที่ให้ข้อคิดดีมาก ๆ เกี่ยวกับนิยามของความหมายคำว่า "สุขภาพ" ในมุมมองที่กว้างขึ้น

课文 4: บทความเรื่องความหมายของสุขภาพ

(Kèwén sì)

每个人都希望自己健康,那么什么才是健康呢? (Měi gèrén dōu xīwàng zìjǐ jiànkāng, nàme shénme cáishì jiànkāng ne?) ทุกคนต่างก็หวังให้ตัวเองมีสุขภาพดี ถ้าอย่างนั้น อะไรคือการมีสุขภาพดีที่แท้จริงล่ะ?

过去,人们认为健康就是指身体不生病。 (Guòqù, rénmen rènwéi jiànkāng jiùshì zhǐ shēntǐ bù shēngbìng.) ในอดีต ผู้คนคิดว่าสุขภาพดีหมายถึงเพียงแค่ร่างกายไม่เจ็บป่วย

但是,现在人们认识到,健康还指精神上的健康。 (Dànshì, xiànzài rénmen rènshì dào, jiànkāng hái zhǐ jīngshén shàng de jiànkāng.) แต่ในปัจจุบัน ผู้คนตระหนักแล้วว่า สุขภาพยังหมายรวมถึงสุขภาพทางด้านจิตใจด้วย

只有身体和精神都健康,才算是真正的健康。 (Zhǐyǒu shēntǐ hé jīngshén dōu jiànkāng, cái suànshì zhēnzhèng de jiànkāng.) ต่อเมื่อทั้งร่างกายและจิตใจแข็งแรงพร้อมกันเท่านั้น ถึงจะถือว่าเป็นสุขภาพที่ดีอย่างแท้จริง

有一位教授用数字来说明健康有多么重要: (Yǒu yí wèi jiàoshòu yòng shùzì lái shuōmíng jiànkāng yǒu duōme zhòngyào:) มีศาสตราจารย์ท่านหนึ่งใช้ตัวเลขมาอธิบายว่าสุขภาพนั้นมีความสำคัญมากเพียงใด:

要是健康是 1,其他都是 1 后面的 0; (Yàoshi jiànkāng shì yī, qítā dōu shì yī hòumiàn de líng;) ถ้าหากสุขภาพคือเลข 1 สิ่งอื่น ๆ ก็เป็นเพียงเลข 0 ที่ตามหลังเลข 1 เท่านั้น

如果没有 1,不管有多少 0 也没用。 (Rúguǒ méiyǒu yī, bùguǎn yǒu duōshǎo líng yě méiyòng.) หากไม่มีเลข 1 ต่อให้จะมีเลข 0 มากมายแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์

所以我们平时一定要注意锻炼,别等健康出问题了才后悔。 (Suǒyǐ wǒmen píngshí yídìng yào zhùyì duànliàn, bié děng jiànkāng chū wèntí le cái hòuhuǐ.) ดังนั้น ในเวลาปกติพวกเราจึงต้องใส่ใจกับการออกกำลังกาย อย่ารอจนสุขภาพเกิดปัญหาแล้วค่อยมาเสียใจภายหลัง


คำศัพท์ใหม่ (生词 - Shēngcí)

  1. (zhǐ): หมายถึง หรือ ระบุถึง

  2. 精神 (jīngshén): จิตวิญญาณ, จิตใจ

  3. 教授 (jiàoshòu): ศาสตราจารย์

  4. 数字 (shùzì): ตัวเลข

  5. 说明 (shuōmíng): อธิบาย, บ่งบอก

  6. 要是 (yàoshi): ถ้าหากว่า


จุดที่น่าสนใจ

  • โครงสร้าง 只有...才... (zhǐyǒu... cái...): "ต่อเมื่อ... ถึงจะ..." เป็นการเน้นเงื่อนไขที่จำเป็นเพียงอย่างเดียวเพื่อให้เกิดผลลัพธ์นั้น (ในบทนี้คือต้องดีทั้งกายและใจ ถึงจะเรียกว่าสุขภาพดี)

  • การเปรียบเทียบเลข 1 และ 0: เป็นสื่อการสอนที่เห็นภาพชัดเจนมากค่ะ คุณครูอาจลองเขียนบนกระดานให้นักเรียนดูว่า 1,000,000 ถ้าลบ 1 (สุขภาพ) ออกไป ทุกอย่างที่เหลือก็กลายเป็นความว่างเปล่าทันที

  • 平时 (píngshí): หมายถึง "ในเวลาปกติ" หรือ "ยามปกติ" มักใช้เตือนสติให้ทำบางอย่างสม่ำเสมอ

2/28/2569

HSK4: บทที่ 7 Text 3

บทที่ 7 ของ HSK 4 (Standard Course) หัวข้อคือ "最好的医生是自己" (คุณหมอที่ดีที่สุดคือตัวเราเอง) ซึ่งเนื้อหาจะเน้นเรื่องสุขภาพ การพักผ่อน และทัศนคติต่อการใช้ชีวิต

 

สำหรับ Text 3 นี้ เสียวหลี่และเสี่ยวหลินกลับมาคุยกันอีกครั้ง โดยเน้นไปที่หัวข้อ "พฤติกรรมหน้าจอ" และผลกระทบต่อร่างกาย ซึ่งเข้ากับยุคสมัยปัจจุบันมาก ๆ

课文 3: 小李和小林聊电脑对身体的影响

(Kèwén sān: Xiǎo Lǐ hé Xiǎo Lín liáo diànnǎo duì shēntǐ de yǐngxiǎng) เสี่ยวหลี่และเสี่ยวหลินคุยกันเรื่องอิทธิพลของคอมพิวเตอร์ที่มีต่อร่างกาย

小李 (Xiǎo Lǐ):

我最近眼睛总是跳,大夫说是因为我长时间看电脑,眼睛太累 (Wǒ zuìjìn yǎnjing zǒngshì tiào, dàifu shuō shì yīnwèi wǒ cháng shíjiān kàn diànnǎo, yǎnjing tài lèi.) ช่วงนี้ตาของฉันกระตุกอยู่บ่อย ๆ คุณหมอบอกว่าเป็นเพราะฉันจ้องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานเกินไป ตาเลยล้ามาก

小林 (Xiǎo Lín):

长时间坐在电脑前面工作,眼睛很容易累。最好是每过一小时就休息休息,然后再开始工作。 (Cháng shíjiān zuò zài diànnǎo qiánmiàn gōngzuò, yǎnjing hěn róngyì lèi. Zuìhǎo shì měi guò yì xiǎoshí jiù xiūxi xiūxi, ránhòu zài kāishǐ gōngzuò.) การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ ตาจะล้าง่ายมาก ทางที่ดีที่สุดคือทุก ๆ หนึ่งชั่วโมงควรพักผ่อนสักหน่อย แล้วค่อยเริ่มทำงานใหม่

小李 (Xiǎo Lǐ):

医生也这么说,他还告诉我 plantation 要多向远处看看,尤其是多看看绿色的植物。 (Yīshēng yě zhème shuō, tā hái gàosu wǒ yào duō xiàng yuǎnchù kànkan, yóuqí shì duō kànkan lǜsè de zhíwù.) คุณหมอก็พูดแบบนี้เหมือนกัน เขายังบอกให้ฉันหมั่นมองไปที่ไกล ๆ บ่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมองไปที่พืชสีเขียว

小林 (Xiǎo Lín):

长时间对着电脑不仅对眼睛不好,身体也会不舒服。研究发现,如果人一天静坐超过6小时,就会影响身体健康。 (Cháng shíjiān duìzhe diànnǎo bùjǐn duì yǎnjing bù hǎo, shēntǐ yě huì bù shūfu. Yánjiū fāxiàn, rúguǒ rén yìtiān jìngzuò chāoguò liù xiǎoshí, jiù huì yǐngxiǎng shēntǐ jiànkāng.) การอยู่หน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ ไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อดวงตา แต่ร่างกายก็จะรู้สึกไม่สบายด้วย มีงานวิจัยพบว่า หากคนเรานั่งนิ่ง ๆ เกิน 6 ชั่วโมงต่อวัน จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

小李 (Xiǎo Lǐ):

是啊!像咱们这些久坐办公室的人要注意,有时间应该多站起来活动活动。 (Shì a! Xiàng zánmen zhèxiē jiǔzuò bàngōngshì de rén yào zhùyì, yǒu shíjiān yīnggāi duō zhàn qǐlái huódòng huódòng.) นั่นสิ! คนที่ต้องนั่งทำงานในออฟฟิศนาน ๆ อย่างพวกเราต้องระวังนะ ถ้าพอมีเวลาควรจะลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสายบ้าง

小林 (Xiǎo Lín):

好,咱们午饭后就去附近的公园散散步吧 (Hǎo, zánmen wǔfàn hòu jiù qù fùjìn de gōngyuán sàn sàn bù ba.) ตกลง หลังมื้อเที่ยงพวกเราไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะใกล้ ๆ นี้กันเถอะ


คำศัพท์ใหม่ที่น่าสนใจ (生词 - Shēngcí)

  1. 大夫 (dàifu): คุณหมอ (เป็นภาษาปากที่ใช้บ่อยกว่า yīshēng ในบางพื้นที่)

  2. 植物 (zhíwù): พืช

  3. 研究 (yánjiū): วิจัย, การวิจัย

  4. 超过 (chāoguò): เกิน, มากกว่า

  5. 散步 (sàn bù): เดินเล่น


เกร็ดไวยากรณ์เสริม:

  • การซ้ำคำกริยา (Verb Reduplication): ในบทนี้มีการใช้ 休息休息 (xiūxi xiūxi) และ 活动活动 (huódòng huódòng) ซึ่งเป็นการซ้ำกริยาแบบ ABAB เพื่อสื่อถึงการทำกริยานั้น ๆ "สักหน่อย" หรือทำแบบผ่อนคลาย (ชิลล์ ๆ) ค่ะ

  • 不仅...也...: สังเกตว่าประโยคของเสี่ยวหลินใช้คู่กับ (不仅对眼睛不好,身体也会...) เพื่อบอกว่า "สิ่งนี้ก็ไม่ดี สิ่งนั้นก็ยังส่งผลด้วย" ค่ะ

HSK 4: บทที่ 7 估计 VS 可能

估计 (gūjì) และ 可能 (kěnéng) แปลว่า "อาจจะ" หรือ "น่าจะ" เหมือนกันจนมักจะใช้สลับกันบ่อยๆ แต่ในทางไวยากรณ์และ "ความรู้สึก" ของภาษานั้นมีความต่างกันดังนี้ 


1. ความหมายและที่มา (Meaning & Origin)

估计 คาดการณ์ / ประมาณว่า (มีเหตุผลรองรับ มีการวิเคราะห์ หรือดูจากสถานการณ์ประกอบ)

可能 อาจจะ / เป็นไปได้ว่า (เป็นการบอกความเป็นไปได้ทั่วไป (Possibility) อาจจะมีหรือไม่มีหลักฐานก็ได้)


2. ความแตกต่างด้านการใช้งาน (Usage Differences)

A. ระดับความมั่นใจ

  • 估计: มักจะใช้เมื่อเรามี "ข้อมูลในมือ" แล้วจึงประเมินออกมา เช่น เห็นท้องฟ้ามืดครึ้มมาก มีลมแรง จึงพูดว่า "估计要下雨了" (คาดว่าฝนจะตกแน่ๆ)

  • 可能: ใช้บอก "ความน่าจะเป็น" ซึ่งระดับความมั่นใจอาจจะน้อยกว่า หรือเป็นการคาดเดาลอยๆ เช่น "明天可能会下雨" (พรุ่งนี้อาจจะตกมั้ง ไม่แน่ใจ)

B. ประเภทของคำ (Part of Speech)

  • 估计: เป็น กริยา (Verb)

    • วางหน้าประโยคย่อยได้เลย: 估计เขาน่าจะมาไม่ทัน

    • เป็นกริยาแท้ได้: ฉันคาดการณ์ว่า... (我估计...)

  • 可能: เป็น กริยาช่วย (Auxiliary Verb) หรือ คำนาม (Noun)

    • วางหน้ากริยาหลัก: 他可能不来了。 (เขาอาจจะไม่มาแล้ว)

    • เป็นนาม: มีความเป็นไปได้ไหม? (有没有这种可能?)


3. ตัวอย่างการเปรียบเทียบ

  1. การคาดเดาเรื่องเวลา:

    • 估计半个小时能到。 (คาดว่าอีกครึ่งชั่วโมงถึง - คำนวณจากระยะทางและความเร็วแล้ว)

    • 可能半个小时能到。 (อาจจะอีกครึ่งชั่วโมงถึง - พูดเปรยๆ ไม่ได้คำนวณจริงจัง)

  2. การคาดเดาพฤติกรรม:

    • 看他的样子,估计他没生气。 (ดูจากท่าทางเขาแล้ว คาดว่าเขาคงไม่ได้โกรธ - วิเคราะห์จากสีหน้า)

    • 可能没生气。 (เขาอาจจะไม่ได้โกรธมั้ง - เดาไปเรื่อย)


เทคนิคการจำ:

估计 คือการเดาแบบ "ใช้สมองวิเคราะห์" ส่วน 可能 คือการเดาแบบ "ใช้ความรู้สึกทั่วไป" ค่ะ

HSK 4: บทที่ 7 “估计” และแบบฝึกหัดเรื่อง 估计

 คำจำกัดความของ 估计 (gūjì)

คำนี้ทำหน้าที่เป็น คำกริยา (Verb)

ความหมาย: คาดว่า, ประมาณว่า, คาดคะเน

วิธีใช้: ใช้เพื่อแสดงการคาดเดาหรือสรุปเรื่องราวโดยประมาณ จากสถานการณ์หรือเงื่อนไขบางอย่างที่มีอยู่


วิเคราะห์ประโยคตัวอย่างจากแบบเรียน

我还不习惯北方的气候,估计是天气太干。 

(Wǒ hái bù xíguàn běifāng de qìhòu, gūjì shì tiānqì tài gān.)

คำอธิบาย: ผู้พูดใช้สถานการณ์ที่ตนเองยังไม่ชินอากาศภาคเหนือมาเป็นเหตุผล เพื่อ "คาดการณ์" ว่าสาเหตุที่เลือดกำเดาไหลน่าจะเป็นเพราะอากาศแห้ง

你有没有去问问小王?估计他应该有办法。 

(Nǐ yǒu méiyǒu qù wènwen Xiǎo Wáng? Gūjì tā yīnggāi yǒu bànfǎ.)

คำอธิบาย: เป็นการคาดเดาจากบุคลิกหรือความสามารถของเสี่ยวหวังว่า เขาน่าจะมีวิธีแก้ปัญหา

机场通知飞机晚点一个小时,估计他下午六点才能到上海。 

(Jīchǎng tōngzhī fēijī wǎndiǎn yígè xiǎoshí, gūjì tā xiàwǔ liùdiǎn cáinéng dào Shànghǎi.)

คำอธิบาย: เป็นการคำนวณจากข้อเท็จจริง (เครื่องบินดีเลย์ 1 ชม.) เพื่อ "ประมาณการ" เวลาที่จะไปถึงเป้าหมาย

เฉลยแบบฝึกหัด (Practise)

แบบฝึกหัดเรื่อง 估计

ตรงส่วนนี้ ลองเติมประโยคให้ดูเป็นตัวอย่างนะคะ  

1. 估计明天会下雨,我们还是下次再去吧。 (Gūjì míngtiān huì xiàyǔ...) -> คาดว่าพรุ่งนี้ฝนจะตก พวกเราไว้คราวหน้าค่อยไปกันเถอะ

2. 我现在就过去,估计半个小时就能到。 (...gūjì bàn gè xiǎoshí jiù néng dào.) -> ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ คาดว่าครึ่งชั่วโมงก็น่าจะถึง

3. 你可以上网买书,估计会便宜点儿。 (...gūjì huì piányi diǎnr.) -> คุณซื้อหนังสือทางอินเทอร์เน็ตได้นะ คาดว่าน่าจะถูกกว่าหน่อย

ข้อสังเกตเพิ่มเติม 

ความแตกต่างกับ 觉得 (juéde): 觉得 คือความรู้สึกส่วนตัว (I feel) แต่ 估计 จะมีน้ำหนักของการวิเคราะห์หรือคาดเดาจากสถานการณ์มากกว่า (I estimate/reckon)

ตำแหน่งในประโยค: มักวางไว้หน้าประโยคย่อยที่สอง หรือวางไว้หน้าภาคแสดง (Predicate) เพื่อขยายความการคาดเดานั้นๆ

HSK 4:บทที่ 7 Text 2

บทที่ 7 ของ HSK 4 (Standard Course) หัวข้อคือ "最好的医生是自己" (คุณหมอที่ดีที่สุดคือตัวเราเอง) ซึ่งเนื้อหาจะเน้นเรื่องสุขภาพ การพักผ่อน และทัศนคติต่อการใช้ชีวิต

Text 2 นี้จะเป็นการสนทนาระหว่าง เสี่ยวเซี่ย (小夏) และ เสียวอวี่ (小雨) เกี่ยวกับหัวข้อที่น่าสนใจอย่างเรื่องการสูบบุหรี่และสุขภาพ

课文 2: 小夏和小雨聊小雨抽烟的事情

(Kèwén èr: Xiǎo Xià hé Xiǎo Yǔ liáo Xiǎo Yǔ chōuyān de shìqing) เสี่ยวเซี่ยและเสี่ยวอวี่คุยกันเรื่องการสูบบุหรี่ของเสี่ยวอวี่

小夏 (Xiǎo Xià):

你咳嗽好点儿了吗?医生怎么说的? (Nǐ késou hǎo diǎnr le ma? Yīshēng zěnme shuō de?) อาการไอของคุณดีขึ้นบ้างหรือยัง? คุณหมอว่ายังไงบ้าง?

小雨 (Xiǎo Yǔ):

还是老样子,他让我以后不要再抽烟了。 (Háishì lǎoyàngzi, tā ràng wǒ yǐhòu búyào zài chōuyān le.) ยังเหมือนเดิมเลย (เหล่าหยั้งจึ) คุณหมอให้ฉันเลิกสูบบุหรี่ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป

小夏 (Xiǎo Xià):

抽烟对身体一点儿好处也没有。 (Chōuyān duì shēntǐ yìdiǎnr hǎochù yě méiyǒu.) การสูบบุหรี่ไม่มีข้อดีต่อร่างกายเลยแม้แต่นิดเดียว

小雨 (Xiǎo Yǔ):

我也知道,可是我觉得抽烟这个动作看上去很帅。 (Wǒ yě zhīdào, kěshì wǒ juéde chōuyān zhège dòngzuò kànshàngqù hěn shuài.) ฉันก็รู้ แต่ฉันรู้สึกว่าท่าทางตอนสูบบุหรี่มันดูเท่มากเลย

小夏 (Xiǎo Xià):

等你身体出现问题了,后悔就来不及了。 (Děng nǐ shēntǐ chūxiàn wèntí le, hòuhuǐ jiù láibují le.) รอให้ร่างกายเกิดปัญหาขึ้นมาก่อนเถอะ ถึงตอนนั้นจะเสียใจก็สายเกินไปแล้ว

小雨 (Xiǎo Yǔ):

其实家人也一直反对我抽烟,我自己却觉得没什么。但最近总是咳嗽,所以我有些担心了。 (Qíshí jiārén yě yìzhí fǎnduì wǒ chōuyān, wǒ zìjǐ què juéde méishénme. Dàn zuìjìn zǒngshì késou, suǒyǐ wǒ yǒuxiē dānxīn le.) ความจริงคนในครอบครัวก็คัดค้านไม่ให้ฉันสูบบุหรี่มาตลอด แต่ตัวฉันกลับรู้สึกว่าไม่เป็นไร แต่ช่วงนี้ไออยู่บ่อยๆ ฉันก็เลยเริ่มกังวลนิดหน่อยแล้ว

小夏 (Xiǎo Xià):

抽烟不仅对自己没好处,还会影响周围人的身体健康。为了你和你的家人,别再抽了。 (Chōuyān bùjǐn duì zìjǐ méi hǎochù, hái huì yǐngxiǎng zhōuwéi rén de shēntǐ jiànkāng. Wèile nǐ hé nǐ de jiārén, bié zài chōu le.) การสูบบุหรี่ไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อตัวเอง แต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนรอบข้างด้วย เพื่อตัวคุณและครอบครัว เลิกสูบเถอะนะ


คำศัพท์ใหม่ที่น่าสนใจ (生词):

  • 抽烟 (chōuyān): สูบบุหรี่

  • 动作 (dòngzuò): ท่าทาง, การเคลื่อนไหว

  • 帅 (shuài): เท่, หล่อ

  • 出现 (chūxiàn): ปรากฏขึ้น, เกิดขึ้น

  • 后悔 (hòuhuǐ): เสียใจภายหลัง

  • 来不及 (láibují): ไม่ทัน, สายเกินไป

  • 反对 (fǎnduì): คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย


จุดที่น่าสังเกตสำหรับบทนี้:

  1. 老样子 (lǎoyàngzi): เป็นสำนวนที่เจอบ่อย แปลว่า "เหมือนเดิม" หรือ "เหมือนเก่า"

  2. 来不及 (láibují): คำนี้เป็นไวยากรณ์สำคัญของบทนี้เลยค่ะ หมายถึงการที่เวลาไม่พอที่จะทำอะไรสักอย่าง หรือ "สายเกินไป" ที่จะแก้ไข

  3. 不仅...还... (bùjǐn... hái...): โครงสร้าง "ไม่เพียงแต่... แต่ยัง..." ใช้เพื่อเสริมน้ำหนักของข้อมูล


2/12/2569

HSK 4: บทที่ 7 "最好的医生是自己" Text 1

บทที่ 7 ของ HSK 4 (Standard Course) หัวข้อคือ "最好的医生是自己" (คุณหมอที่ดีที่สุดคือตัวเราเอง) ซึ่งเนื้อหาจะเน้นเรื่องสุขภาพ การพักผ่อน และทัศนคติต่อการใช้ชีวิต

课文 1: 小李和小林聊天气和身体情况

(Kèwén yī: Xiǎo Lǐ hé Xiǎo Lín liáo tiānqì hé shēntǐ qíngkuàng)

小李 (Xiǎo Lǐ):

你的鼻子怎么流血了?快用纸擦擦 (Nǐ de bízi zěnme liúxiě le? Kuài yòng zhǐ cāca.) ทำไมจมูกเธอถึงมีเลือดกำเดาไหลล่ะ? รีบเอาทิชชู่มาเช็ดเร็ว

小林 (Xiǎo Lín):

我还不习惯北方的气候,估计是天气太干。今天天气不是很冷,你怎么穿这么多? (Wǒ hái bù xíguàn běifāng de qìhòu, gūjì shì tiānqì tài gān. Jīntiān tiānqì bú shì hěn lěng, nǐ zěnme chuān zhème duō?) ฉันยังไม่ค่อยชินกับภูมิอากาศทางตอนเหนือเท่าไหร่ คาดว่าน่าจะเป็นเพราะอากาศแห้งเกินไป วันนี้อากาศก็ไม่ได้หนาวมากนะ ทำไมเธอถึงใส่เสื้อผ้าเยอะขนาดนี้ล่ะ?

小李 (Xiǎo Lǐ):

就是因为昨天穿得太少,我都感冒了。 (Jiùshì yīnwèi zuótiān chuān de tài shǎo, wǒ dōu gǎnmào le.) ก็เพราะว่าเมื่อวานใส่เสื้อผ้าน้อยเกินไปน่ะสิ ฉันเลยเป็นหวัดเข้าให้แล้ว

小林 (Xiǎo Lín):

最近感冒的人特别多。你去看医生了吗? (Zuìjìn gǎnmào de rén tèbié duō. Nǐ qù kàn yīshēng le ma?) ช่วงนี้คนเป็นหวัดเยอะเป็นพิเศษเลย เธอไปหาหมอมาหรือยัง?

小李 (Xiǎo Lǐ):

没有,我只是咳嗽,有点儿头疼,不严重,多喝点儿水就好了。 (Méiyǒu, wǒ zhǐshì késou, yǒudiǎnr tóuténg, bù yánzhòng, duō hē diǎnr shuǐ jiù hǎo le.) ยังเลย ฉันแค่ไอ แล้วก็ปวดหัวนิดหน่อย ไม่รุนแรงมากหรอก ดื่มน้ำเยอะๆ เดี๋ยวก็คงดีขึ้น

小林 (Xiǎo Lín):

春天天气时冷时热,特别容易感冒。这时候一定要多注意保暖,另外,最好经常打开窗户换换空气。 (Chūntiān tiānqì shí lěng shí rè, tèbié róngyì gǎnmào. Zhè shíhou yídìng yào duō zhùyì bǎonuǎn, lìngwài, zuìhǎo jīngcháng dǎkāi chuānghu huànhuan kōngqì.) ช่วงฤดูใบไม้ผลิอากาศเดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อน ทำให้เป็นหวัดได้ง่ายเป็นพิเศษ ช่วงเวลานี้ต้องระวังเรื่องการรักษาความอบอุ่นของร่างกายให้ดี นอกจากนี้ ทางที่ดีควรเปิดหน้าต่างบ่อยๆ เพื่อถ่ายเทอากาศบ้าง

เกร็ดเพิ่มเติมสำหรับพินอิน:

流血 (liúxiě): คำนี้อ่านได้สองแบบนะคะ คือ liúxiě (ภาษาพูด) หรือ liúxuè (ภาษาทางการ/อ่านตามพจนานุกรม) แต่ในบทสนทนาทั่วไปมักใช้ liúxiě ค่ะ

有点儿 (yǒudiǎnr): เวลาอ่านอย่าลืมเสียงม้วนลิ้นตอนท้ายนะคะ จะช่วยให้สำเนียงดูเป็นธรรมชาติเหมือนคนจีนทางเหนือมากขึ้นค่ะ 

คำศัพท์ (生词 - Shēngcí)

流血 (liú xuè / liú xiě): เลือดไหล หรือ เลือดกำเดาไหล (ในบริบทบทสนทนา)

(cā): เช็ด (เช่น เช็ดจมูก, เช็ดโต๊ะ)

气候 (qìhòu): ภูมิอากาศ (หมายถึง สภาพอากาศในวงกว้างหรือเป็นระยะยาวของภูมิภาคหนึ่งๆ)

估计 (gūjì): คาดว่า, ประมาณว่า (ใช้เมื่อเราไม่แน่ใจ 100% แต่ประเมินจากสถานการณ์)

咳嗽 (késou): ไอ

严重 (yánzhòng): รุนแรง, หนัก, สาหัส (ใช้กับอาการป่วย หรือปัญหาต่างๆ)

窗户 (chuānghu): หน้าต่าง

空气 (kōngqì): อากาศ

建议 โพสต์แนะนำ

HSK4: บทที่ 17 ความหมายของคำว่า 难受

คำว่า " 难受 " (nánshòu) เป็นคำที่น่าสนใจมากค่ะ เพราะแปลได้หลายอย่างขึ้นอยู่กับบริบท แต่หัวใจหลักของมันคือ "ความรู้สึกไม่สบาย...