4/09/2569

HSK4: บทที่ 7 Text 5

บทที่ 7 ของ HSK 4 (Standard Course) หัวข้อคือ "最好的医生是自己" (คุณหมอที่ดีที่สุดคือตัวเราเอง) ซึ่งเนื้อหาจะเน้นเรื่องสุขภาพ การพักผ่อน และทัศนคติต่อการใช้ชีวิต

เรามาปิดท้ายบทที่ 7 ด้วย Text 5 เป็นบทความที่ให้ข้อคิดดีมากเรื่องความเรียบง่ายของการรักษาสุขภาพและความสัมพันธ์ในครอบครัว 

课文 5: บทความเรื่องการเดินเล่นและความสุขในครอบครัว

(Kèwén wǔ)

我听一位医生说过一句话:“最好的医生是自己,最好的药是时间,最好的运动是散步。 (Wǒ tīng yí wèi yīshēng shuōguo yí jù huà: “Zuì hǎo de yīshēng shì zìjǐ, zuì hǎo de yào shì shíjiān, zuì hǎo de yùndòng shì sànbù.”) ฉันเคยได้ยินหมอท่านหนึ่งพูดประโยคหนึ่งว่า: “หมอที่ดีที่สุดคือตัวเอง, ยาที่ดีที่สุดคือเวลา, และการออกกำลังกายที่ดีที่สุดคือการเดินเล่น”

前两条我理解得不深,最后一条我完全同意。 (Qián liǎng tiáo wǒ lǐjiě de bù shēn, zuìhòu yì tiáo wǒ wánquán tóngyì.) สองข้อแรกฉันยังเข้าใจได้ไม่ลึกซึ้งนัก แต่ข้อสุดท้ายฉันเห็นด้วยอย่างยิ่ง

散步是生活中最简单的锻炼方法,既可以活动身体,又可以减肥,而且不会像跑步那样辛苦。 (Sànbù shì shēnghuó zhōng zuì jiǎndān de duànliàn fāngfǎ, jì kěyǐ huódòng shēntǐ, yòu kěyǐ jiǎnféi, érqiě búhuì xiàng pǎobù nàyàng xīnkǔ.) การเดินเล่นเป็นวิธีการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุดในชีวิต ทั้งสามารถยืดเส้นยืดสาย และยังลดน้ำหนักได้ด้วย แถมยังไม่เหนื่อยลำบากเหมือนกับการวิ่ง

晚饭后,一家人一起出去散散步,是一件很幸福的事情。 (Wǎnfàn hòu, yìjiā rén yìqǐ chūqù sànsàn bù, shì yí jiàn hěn xìngfú de shìqing.) หลังมื้อค่ำ ทั้งครอบครัวออกไปเดินเล่นด้วยกัน เป็นเรื่องที่มีความสุขมากอย่างหนึ่ง

肚子吃饱了需要活动,家人忙了一天需要交流, (Dùzi chībǎo le xūyào huódòng, jiārén mángle yìtiān xūyào jiāoliú,) เมื่อท้องอิ่มก็จำเป็นต้องขยับร่างกาย คนในครอบครัวยุ่งมาทั้งวันก็จำเป็นต้องสื่อสารพูดคุยกัน

夫妻说说一天的工作能加深感情,听孩子谈谈学校里有意思的事,一天的烦恼就都跑掉了。 (Fūqī shuōshuo yìtiān de gōngzuò néng jiāshēn gǎnqíng, tīng háizi tántan xuéxiào lǐ yǒuyìsi de shì, yìtiān de fánnǎo jiù dōu pǎodiào le.) สามีภรรยาพูดคุยเรื่องงานในแต่ละวันสามารถช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งขึ้น ฟังลูก ๆ เล่าเรื่องสนุก ๆ ในโรงเรียน ความกลัดกลุ้มใจของทั้งวันก็จะมลายหายไปสิ้น


คำศัพท์ใหม่ (生词 - Shēngcí)

  1. (jì): ทั้ง... (ใช้คู่กับ)

  2. 减肥 (jiǎn féi): ลดน้ำหนัก

  3. 辛苦 (xīnkǔ): ลำบาก, เหนื่อยยาก

  4. 肚子 (dùzi): ท้อง

  5. 感情 (gǎnqíng): ความรู้สึก, ความสัมพันธ์ทางอารมณ์

  6. 烦恼 (fánnǎo): กลัดกลุ้ม, กังวลใจ

  7. (diào): (คำเสริมกริยา) บ่งบอกถึงการหายไปหรือผลสำเร็จของการกระทำ


จุดที่น่าสนใจ :

  • โครงสร้าง 既...又...: ในบทนี้ใช้เชื่อมผลดีของการเดินเล่นคือ 活动身体 (ขยับร่างกาย) และ 减肥 (ลดน้ำหนัก) ค่ะ

  • คำเสริมกริยา 掉 (diào): ในประโยคสุดท้าย 跑掉了 (pǎodiào le) คำว่า ทำหน้าที่บอกว่าความกังวลนั้น "หลุดลอย/หายไป" ซึ่งเป็นสำนวนที่ใช้บ่อยในภาษาจีนค่ะ

  • ความหมายของ 夫妻 (fūqī): หมายถึงสามีภรรยา (Husband and Wife) ซึ่งเชื่อมโยงกับความสัมพันธ์ในครอบครัวค่ะ 

HSK4: บทที่ 7 Text 4

บทที่ 7 ของ HSK 4 (Standard Course) หัวข้อคือ "最好的医生是自己" (คุณหมอที่ดีที่สุดคือตัวเราเอง) ซึ่งเนื้อหาจะเน้นเรื่องสุขภาพ การพักผ่อน และทัศนคติต่อการใช้ชีวิต 

Text 4 นี้จะเปลี่ยนจากบทสนทนามาเป็นบทความสั้น ๆ ที่ให้ข้อคิดดีมาก ๆ เกี่ยวกับนิยามของความหมายคำว่า "สุขภาพ" ในมุมมองที่กว้างขึ้น

课文 4: บทความเรื่องความหมายของสุขภาพ

(Kèwén sì)

每个人都希望自己健康,那么什么才是健康呢? (Měi gèrén dōu xīwàng zìjǐ jiànkāng, nàme shénme cáishì jiànkāng ne?) ทุกคนต่างก็หวังให้ตัวเองมีสุขภาพดี ถ้าอย่างนั้น อะไรคือการมีสุขภาพดีที่แท้จริงล่ะ?

过去,人们认为健康就是指身体不生病。 (Guòqù, rénmen rènwéi jiànkāng jiùshì zhǐ shēntǐ bù shēngbìng.) ในอดีต ผู้คนคิดว่าสุขภาพดีหมายถึงเพียงแค่ร่างกายไม่เจ็บป่วย

但是,现在人们认识到,健康还指精神上的健康。 (Dànshì, xiànzài rénmen rènshì dào, jiànkāng hái zhǐ jīngshén shàng de jiànkāng.) แต่ในปัจจุบัน ผู้คนตระหนักแล้วว่า สุขภาพยังหมายรวมถึงสุขภาพทางด้านจิตใจด้วย

只有身体和精神都健康,才算是真正的健康。 (Zhǐyǒu shēntǐ hé jīngshén dōu jiànkāng, cái suànshì zhēnzhèng de jiànkāng.) ต่อเมื่อทั้งร่างกายและจิตใจแข็งแรงพร้อมกันเท่านั้น ถึงจะถือว่าเป็นสุขภาพที่ดีอย่างแท้จริง

有一位教授用数字来说明健康有多么重要: (Yǒu yí wèi jiàoshòu yòng shùzì lái shuōmíng jiànkāng yǒu duōme zhòngyào:) มีศาสตราจารย์ท่านหนึ่งใช้ตัวเลขมาอธิบายว่าสุขภาพนั้นมีความสำคัญมากเพียงใด:

要是健康是 1,其他都是 1 后面的 0; (Yàoshi jiànkāng shì yī, qítā dōu shì yī hòumiàn de líng;) ถ้าหากสุขภาพคือเลข 1 สิ่งอื่น ๆ ก็เป็นเพียงเลข 0 ที่ตามหลังเลข 1 เท่านั้น

如果没有 1,不管有多少 0 也没用。 (Rúguǒ méiyǒu yī, bùguǎn yǒu duōshǎo líng yě méiyòng.) หากไม่มีเลข 1 ต่อให้จะมีเลข 0 มากมายแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์

所以我们平时一定要注意锻炼,别等健康出问题了才后悔。 (Suǒyǐ wǒmen píngshí yídìng yào zhùyì duànliàn, bié děng jiànkāng chū wèntí le cái hòuhuǐ.) ดังนั้น ในเวลาปกติพวกเราจึงต้องใส่ใจกับการออกกำลังกาย อย่ารอจนสุขภาพเกิดปัญหาแล้วค่อยมาเสียใจภายหลัง


คำศัพท์ใหม่ (生词 - Shēngcí)

  1. (zhǐ): หมายถึง หรือ ระบุถึง

  2. 精神 (jīngshén): จิตวิญญาณ, จิตใจ

  3. 教授 (jiàoshòu): ศาสตราจารย์

  4. 数字 (shùzì): ตัวเลข

  5. 说明 (shuōmíng): อธิบาย, บ่งบอก

  6. 要是 (yàoshi): ถ้าหากว่า


จุดที่น่าสนใจ

  • โครงสร้าง 只有...才... (zhǐyǒu... cái...): "ต่อเมื่อ... ถึงจะ..." เป็นการเน้นเงื่อนไขที่จำเป็นเพียงอย่างเดียวเพื่อให้เกิดผลลัพธ์นั้น (ในบทนี้คือต้องดีทั้งกายและใจ ถึงจะเรียกว่าสุขภาพดี)

  • การเปรียบเทียบเลข 1 และ 0: เป็นสื่อการสอนที่เห็นภาพชัดเจนมากค่ะ คุณครูอาจลองเขียนบนกระดานให้นักเรียนดูว่า 1,000,000 ถ้าลบ 1 (สุขภาพ) ออกไป ทุกอย่างที่เหลือก็กลายเป็นความว่างเปล่าทันที

  • 平时 (píngshí): หมายถึง "ในเวลาปกติ" หรือ "ยามปกติ" มักใช้เตือนสติให้ทำบางอย่างสม่ำเสมอ

2/28/2569

HSK4: บทที่ 7 Text 3

บทที่ 7 ของ HSK 4 (Standard Course) หัวข้อคือ "最好的医生是自己" (คุณหมอที่ดีที่สุดคือตัวเราเอง) ซึ่งเนื้อหาจะเน้นเรื่องสุขภาพ การพักผ่อน และทัศนคติต่อการใช้ชีวิต

 

สำหรับ Text 3 นี้ เสียวหลี่และเสี่ยวหลินกลับมาคุยกันอีกครั้ง โดยเน้นไปที่หัวข้อ "พฤติกรรมหน้าจอ" และผลกระทบต่อร่างกาย ซึ่งเข้ากับยุคสมัยปัจจุบันมาก ๆ

课文 3: 小李和小林聊电脑对身体的影响

(Kèwén sān: Xiǎo Lǐ hé Xiǎo Lín liáo diànnǎo duì shēntǐ de yǐngxiǎng) เสี่ยวหลี่และเสี่ยวหลินคุยกันเรื่องอิทธิพลของคอมพิวเตอร์ที่มีต่อร่างกาย

小李 (Xiǎo Lǐ):

我最近眼睛总是跳,大夫说是因为我长时间看电脑,眼睛太累 (Wǒ zuìjìn yǎnjing zǒngshì tiào, dàifu shuō shì yīnwèi wǒ cháng shíjiān kàn diànnǎo, yǎnjing tài lèi.) ช่วงนี้ตาของฉันกระตุกอยู่บ่อย ๆ คุณหมอบอกว่าเป็นเพราะฉันจ้องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานเกินไป ตาเลยล้ามาก

小林 (Xiǎo Lín):

长时间坐在电脑前面工作,眼睛很容易累。最好是每过一小时就休息休息,然后再开始工作。 (Cháng shíjiān zuò zài diànnǎo qiánmiàn gōngzuò, yǎnjing hěn róngyì lèi. Zuìhǎo shì měi guò yì xiǎoshí jiù xiūxi xiūxi, ránhòu zài kāishǐ gōngzuò.) การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ ตาจะล้าง่ายมาก ทางที่ดีที่สุดคือทุก ๆ หนึ่งชั่วโมงควรพักผ่อนสักหน่อย แล้วค่อยเริ่มทำงานใหม่

小李 (Xiǎo Lǐ):

医生也这么说,他还告诉我 plantation 要多向远处看看,尤其是多看看绿色的植物。 (Yīshēng yě zhème shuō, tā hái gàosu wǒ yào duō xiàng yuǎnchù kànkan, yóuqí shì duō kànkan lǜsè de zhíwù.) คุณหมอก็พูดแบบนี้เหมือนกัน เขายังบอกให้ฉันหมั่นมองไปที่ไกล ๆ บ่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมองไปที่พืชสีเขียว

小林 (Xiǎo Lín):

长时间对着电脑不仅对眼睛不好,身体也会不舒服。研究发现,如果人一天静坐超过6小时,就会影响身体健康。 (Cháng shíjiān duìzhe diànnǎo bùjǐn duì yǎnjing bù hǎo, shēntǐ yě huì bù shūfu. Yánjiū fāxiàn, rúguǒ rén yìtiān jìngzuò chāoguò liù xiǎoshí, jiù huì yǐngxiǎng shēntǐ jiànkāng.) การอยู่หน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ ไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อดวงตา แต่ร่างกายก็จะรู้สึกไม่สบายด้วย มีงานวิจัยพบว่า หากคนเรานั่งนิ่ง ๆ เกิน 6 ชั่วโมงต่อวัน จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

小李 (Xiǎo Lǐ):

是啊!像咱们这些久坐办公室的人要注意,有时间应该多站起来活动活动。 (Shì a! Xiàng zánmen zhèxiē jiǔzuò bàngōngshì de rén yào zhùyì, yǒu shíjiān yīnggāi duō zhàn qǐlái huódòng huódòng.) นั่นสิ! คนที่ต้องนั่งทำงานในออฟฟิศนาน ๆ อย่างพวกเราต้องระวังนะ ถ้าพอมีเวลาควรจะลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสายบ้าง

小林 (Xiǎo Lín):

好,咱们午饭后就去附近的公园散散步吧 (Hǎo, zánmen wǔfàn hòu jiù qù fùjìn de gōngyuán sàn sàn bù ba.) ตกลง หลังมื้อเที่ยงพวกเราไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะใกล้ ๆ นี้กันเถอะ


คำศัพท์ใหม่ที่น่าสนใจ (生词 - Shēngcí)

  1. 大夫 (dàifu): คุณหมอ (เป็นภาษาปากที่ใช้บ่อยกว่า yīshēng ในบางพื้นที่)

  2. 植物 (zhíwù): พืช

  3. 研究 (yánjiū): วิจัย, การวิจัย

  4. 超过 (chāoguò): เกิน, มากกว่า

  5. 散步 (sàn bù): เดินเล่น


เกร็ดไวยากรณ์เสริม:

  • การซ้ำคำกริยา (Verb Reduplication): ในบทนี้มีการใช้ 休息休息 (xiūxi xiūxi) และ 活动活动 (huódòng huódòng) ซึ่งเป็นการซ้ำกริยาแบบ ABAB เพื่อสื่อถึงการทำกริยานั้น ๆ "สักหน่อย" หรือทำแบบผ่อนคลาย (ชิลล์ ๆ) ค่ะ

  • 不仅...也...: สังเกตว่าประโยคของเสี่ยวหลินใช้คู่กับ (不仅对眼睛不好,身体也会...) เพื่อบอกว่า "สิ่งนี้ก็ไม่ดี สิ่งนั้นก็ยังส่งผลด้วย" ค่ะ

HSK 4: บทที่ 7 估计 VS 可能

估计 (gūjì) และ 可能 (kěnéng) แปลว่า "อาจจะ" หรือ "น่าจะ" เหมือนกันจนมักจะใช้สลับกันบ่อยๆ แต่ในทางไวยากรณ์และ "ความรู้สึก" ของภาษานั้นมีความต่างกันดังนี้ 


1. ความหมายและที่มา (Meaning & Origin)

估计 คาดการณ์ / ประมาณว่า (มีเหตุผลรองรับ มีการวิเคราะห์ หรือดูจากสถานการณ์ประกอบ)

可能 อาจจะ / เป็นไปได้ว่า (เป็นการบอกความเป็นไปได้ทั่วไป (Possibility) อาจจะมีหรือไม่มีหลักฐานก็ได้)


2. ความแตกต่างด้านการใช้งาน (Usage Differences)

A. ระดับความมั่นใจ

  • 估计: มักจะใช้เมื่อเรามี "ข้อมูลในมือ" แล้วจึงประเมินออกมา เช่น เห็นท้องฟ้ามืดครึ้มมาก มีลมแรง จึงพูดว่า "估计要下雨了" (คาดว่าฝนจะตกแน่ๆ)

  • 可能: ใช้บอก "ความน่าจะเป็น" ซึ่งระดับความมั่นใจอาจจะน้อยกว่า หรือเป็นการคาดเดาลอยๆ เช่น "明天可能会下雨" (พรุ่งนี้อาจจะตกมั้ง ไม่แน่ใจ)

B. ประเภทของคำ (Part of Speech)

  • 估计: เป็น กริยา (Verb)

    • วางหน้าประโยคย่อยได้เลย: 估计เขาน่าจะมาไม่ทัน

    • เป็นกริยาแท้ได้: ฉันคาดการณ์ว่า... (我估计...)

  • 可能: เป็น กริยาช่วย (Auxiliary Verb) หรือ คำนาม (Noun)

    • วางหน้ากริยาหลัก: 他可能不来了。 (เขาอาจจะไม่มาแล้ว)

    • เป็นนาม: มีความเป็นไปได้ไหม? (有没有这种可能?)


3. ตัวอย่างการเปรียบเทียบ

  1. การคาดเดาเรื่องเวลา:

    • 估计半个小时能到。 (คาดว่าอีกครึ่งชั่วโมงถึง - คำนวณจากระยะทางและความเร็วแล้ว)

    • 可能半个小时能到。 (อาจจะอีกครึ่งชั่วโมงถึง - พูดเปรยๆ ไม่ได้คำนวณจริงจัง)

  2. การคาดเดาพฤติกรรม:

    • 看他的样子,估计他没生气。 (ดูจากท่าทางเขาแล้ว คาดว่าเขาคงไม่ได้โกรธ - วิเคราะห์จากสีหน้า)

    • 可能没生气。 (เขาอาจจะไม่ได้โกรธมั้ง - เดาไปเรื่อย)


เทคนิคการจำ:

估计 คือการเดาแบบ "ใช้สมองวิเคราะห์" ส่วน 可能 คือการเดาแบบ "ใช้ความรู้สึกทั่วไป" ค่ะ

HSK 4: บทที่ 7 “估计” และแบบฝึกหัดเรื่อง 估计

 คำจำกัดความของ 估计 (gūjì)

คำนี้ทำหน้าที่เป็น คำกริยา (Verb)

ความหมาย: คาดว่า, ประมาณว่า, คาดคะเน

วิธีใช้: ใช้เพื่อแสดงการคาดเดาหรือสรุปเรื่องราวโดยประมาณ จากสถานการณ์หรือเงื่อนไขบางอย่างที่มีอยู่


วิเคราะห์ประโยคตัวอย่างจากแบบเรียน

我还不习惯北方的气候,估计是天气太干。 

(Wǒ hái bù xíguàn běifāng de qìhòu, gūjì shì tiānqì tài gān.)

คำอธิบาย: ผู้พูดใช้สถานการณ์ที่ตนเองยังไม่ชินอากาศภาคเหนือมาเป็นเหตุผล เพื่อ "คาดการณ์" ว่าสาเหตุที่เลือดกำเดาไหลน่าจะเป็นเพราะอากาศแห้ง

你有没有去问问小王?估计他应该有办法。 

(Nǐ yǒu méiyǒu qù wènwen Xiǎo Wáng? Gūjì tā yīnggāi yǒu bànfǎ.)

คำอธิบาย: เป็นการคาดเดาจากบุคลิกหรือความสามารถของเสี่ยวหวังว่า เขาน่าจะมีวิธีแก้ปัญหา

机场通知飞机晚点一个小时,估计他下午六点才能到上海。 

(Jīchǎng tōngzhī fēijī wǎndiǎn yígè xiǎoshí, gūjì tā xiàwǔ liùdiǎn cáinéng dào Shànghǎi.)

คำอธิบาย: เป็นการคำนวณจากข้อเท็จจริง (เครื่องบินดีเลย์ 1 ชม.) เพื่อ "ประมาณการ" เวลาที่จะไปถึงเป้าหมาย

เฉลยแบบฝึกหัด (Practise)

แบบฝึกหัดเรื่อง 估计

ตรงส่วนนี้ ลองเติมประโยคให้ดูเป็นตัวอย่างนะคะ  

1. 估计明天会下雨,我们还是下次再去吧。 (Gūjì míngtiān huì xiàyǔ...) -> คาดว่าพรุ่งนี้ฝนจะตก พวกเราไว้คราวหน้าค่อยไปกันเถอะ

2. 我现在就过去,估计半个小时就能到。 (...gūjì bàn gè xiǎoshí jiù néng dào.) -> ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ คาดว่าครึ่งชั่วโมงก็น่าจะถึง

3. 你可以上网买书,估计会便宜点儿。 (...gūjì huì piányi diǎnr.) -> คุณซื้อหนังสือทางอินเทอร์เน็ตได้นะ คาดว่าน่าจะถูกกว่าหน่อย

ข้อสังเกตเพิ่มเติม 

ความแตกต่างกับ 觉得 (juéde): 觉得 คือความรู้สึกส่วนตัว (I feel) แต่ 估计 จะมีน้ำหนักของการวิเคราะห์หรือคาดเดาจากสถานการณ์มากกว่า (I estimate/reckon)

ตำแหน่งในประโยค: มักวางไว้หน้าประโยคย่อยที่สอง หรือวางไว้หน้าภาคแสดง (Predicate) เพื่อขยายความการคาดเดานั้นๆ

建议 โพสต์แนะนำ

HSK4: บทที่ 7 Text 5

บทที่ 7 ของ HSK 4 (Standard Course) หัวข้อคือ "最好的医生是自己" (คุณหมอที่ดีที่สุดคือตัวเราเอง) ซึ่งเนื้อหาจะเน้นเรื่องสุขภาพ การพักผ่...