11/15/2553

大象歌


大象大象大象
你曾看过大象吗?
大象又重又笨
长的鼻子叫作 ngwuang
两长白牙叫做nga
大耳小眼长尾巴


歌词: Chen Shu Hua  陈淑华老师
 

เพลง ช้าง
ช้าง ช้าง ช้าง
น้องเคยเห็นช้างหรือเปล่า
ช้างมันตัวโตไม่เบาจมูกยาวๆ เรียกว่างวง
มีเขี้ยวใต้งวงเรียกว่างา
มีหูมีตา หางยาว

9/24/2553

ศาสนาของไทย


【资料】泰国的宗教信仰

佛教正在世界许多地方复兴和传播,越来越多的人,包括欧美人,对佛教产生了兴趣。其它有些人来到泰国学习佛教并在此修行,在欧美,还建起了佛教寺庙,在中 国及亚洲不少国家,随着他们政策的改变,佛教徒的数量也在不断增加。鉴于此,我们特以问答形式向大家介绍一些泰国佛教方面的情况。


问:泰国以“黄袍佛国”而著称,,在泰国,现在究竟有多少佛教僧侣和寺庙呢?

答:根据佛教事务厅的统计,截至1992年年底止,泰国共有29322座佛教寺庙,而19858年只有20944。至于居住在这些寺庙中的僧 人和沙弥(未成年的小和尚),在1958年的统计数字分别是159648和73311,而1992年则为285068和104492。值得注意的是,这些 数字每个季度甚至每天都在变化,因为每天都可能有人皈依佛门,同时又有人还俗尘世。


问:泰国的僧侣和寺庙有一定的组织系统吗?

答:泰国佛教的僧侣行政系统划分为四大域,大上座为域首长,域下设十八个部域,每个部管辖三至四府。僧侣最高领导为僧王,僧王下设副僧王。


问:僧侣在泰国的地位如何?

答:泰国信仰佛教的家庭通常设有佛坛,各家主妇早晚必燃蜡烛、烧香和献花,以祈祷吉祥隆福。泰国人深信,如有佛在身,可永保平安,纳福避邪, 所以每个人都喜欢在颈项上挂一尊或多尊佛像。此种项链佛像因人而异。富人带黄金或碧玉雕刻的佛像,一般人则带黄铜、瓷质或木雕佛像。这些佛像是向金店定制 或专营佛像的商店里买来的,但为对佛祖表示敬畏,人们不说“”而惯用“租”字,泰国人拜佛虔诚,一般笃信佛教者都在自己生平中出家当一次和尚,出家的年岁 和时间不限,可一周、数月或一。泰国人出家当和尚是一件大喜事。当一人决定为僧时,他的亲朋好友互相传告,齐来表示喜庆祝贺。大家争捐净资,购置香花及珍 贵物品敬佛献僧。送行之日,男女老幼结队相随,人人身着盛装,手执香花和旗伞,有鼓乐吹打,人们边走边唱,送至庙中。举行出家仪式时向众僧奉献礼物,载兴 而归,出家者留在庙中念经拜佛。
问:泰国历史上,谁是最杰出的僧侣?

答:对这一问题,以前从未做过民意测验。然而,假如现在进行测验的话,么曼谷王朝四世王昭华库(1851年--1868年)定会当选,之所以 这样,并不是因为四世王是国王,而是由于他的丰功伟绩。实上,泰国历史上,许多位国王包括现在的九世王,年轻时都曾出家修行,四世王之所以与众不同,主要 在于:首先,他在登基前己过了年的僧侣生活,其时间之久,是其它国王所不及的;其次,他是一位知识渊博的学者,非常精通小乘佛教的巴利语言;再者,他发起 了一场革新运动,旨在摒除佛教中与小乘佛教正典不一致的东西,不遗余力地改革僧侣团生活和编修藏经,并特别重视僧人的律行和威仪。
问:在泰国,这个小乘佛教盛行的国家,大乘佛教也能存在吗?

答:在泰国宗教信仰自由,没有哪种宗教会受到歧视,佛教是国教,大乘和小乘佛教又同为佛教。事实上,仅在曼谷就有好几个属大乘佛教的华式佛寺 和一些华人佛教社团。在这些佛寺中,有两座值得一提。一座是位于唐人街的龙莲寺,另一座是位于通玛哈曼的普门报恩寺。另有几座属于大乘佛教的越南寺庙。


问:大乘佛教和小乘佛教的别在哪里?

答:小乘佛教把释迦牟尼佛视为教主,重视自度,祗求自我解脱,把“灰身灭智”作为最高目标。大乘佛教则重视度他,以求众生皆得解脱。故大乘佛教中便有诸佛菩萨“乘愿再来”的思想,宣传大慈大悲,普渡众生,把成佛渡世建立佛国净土作为最高目标。


问:大乘佛教的僧侣与小乘佛教的僧侣有什么不同?

答:华人的大乘佛教僧人都是素食者,他们从不出去化缘,只是在庙中准备食物。而越南僧人尽管和华人僧人一样,属于大乘佛教,也穿长袍,但他们出去化缘,而且吃人们所给的任何食物,不仅是素;小乘佛教的僧人荤素均食,一早出外化缘,自己不在寺庙中举炊做食。


问:很多佛教庙宇中,有一座神的雕像受到人们的崇拜。不过这个神不是佛陀,而是观音菩萨。但在佛教历史上还没有一位女子达到较高的地位,甚至佛陀的母亲也没有被人们作为神来崇拜,何故她乡却例外?

答:菩萨这个词意思是为力给人以启迪的人,这个词第一次被使用时,是指乔答摩释达多(佛教创始人释迦牟尼的姓名),以后,被大乘佛教徒用来指 那些努力通过仁慈怜悯善心引导人们进入佛境的人,大乘佛教除了供奉“人天教主本师释迦牟尼”之外,还供奉三世(过去、现在、未来)诸,而供奉的菩萨特别, 观世音就是大乘佛教中最着、最受欢迎的菩萨之一。
同其它菩萨一样,观音是一名男,根据佛教雕塑的表达,观音在启示人们的时候可以将自身变化33种形状,其中最好及最有名的变化,是女子的形象,故他渐被当作一名女子而广为人知。
问:既然泰国是一个小乘佛教盛行的国家,那么,为什么有这么多泰国人除了崇拜佛陀本身,还崇拜大乘佛教的菩萨呢?

答:有三种可能的解释。第一,佛陀和观音菩萨在教义上没有冲突。第二,观音那慈母样的形,给人以亲切的感觉。第三,人们可以通过媒介与观“交流”,而这在正教中则是不可能的。
超过九成的泰国人信奉塔娜娃达佛教(主要是南传佛教,即小乘教),约有26万人出家为僧(职业和尚),日常生活亦深受影响。泰国佛教起源于公 元前三世纪,在目前全球最高佛教纪念碑所在地的佛统府首先兴起,时为公元前267 - 227年,印度佛教亚索加王朝(Asoka)遣派僧侣到东南亚宣扬 教义,其中一批到达佛统府后,就以此地为传教基地。 伊斯兰教是泰国第二大宗教,教徒主要是马来人和外国穆斯林后裔,以及泰南四府中马来血统泰人和泰北来 自中国云南的回族等少数民族。基督教教徒不到1%,此外有少数人信奉印度教和道教。

佛教是泰国道德礼教的"准则",维系社会和谐及推动艺术的原动力,与欧洲中世纪时代的天主教相似。佛教在泰国有很高的地位,宪法规定国王必须 是佛教徒。泰国无数寺庙的重叠式屋檐,能使人引发创作的灵感。佛教影响力深入民间的另一原因是大部份泰国佛教家庭,必然有一位男丁入住寺庙修道,研习佛教 道理。据佛教习俗,信奉佛教的男性而年龄超过21岁者,在其一生中,须接受剃度一次,以实践僧侣生活,短则五天,长则三个月。通常剃度会在每年避雨节期间 举行。为期三个月的避雨节中,每个僧侣都避免外游,留在寺庙中静修。 
除了作为佛教活动中心,泰国寺庙通常是小镇的消息集散地、劳工雇佣中心、新闻发布处、药物分发站和社区中心,有时更用作学校和医疗所。总之,泰国社会的寺庙具有多元化用途。泰人亦强调宗教自由,故其它宗教如回教、天主教、印度教及锡克教等,同时存在

7/27/2553

เครื่องแต่งกาย


泰国的衣饰服装

泰国人的服装,总的来说比较朴素,在乡村多以民族服装为主。泰族男子的传统民族服装叫"绊尾幔"纱笼和"帕农"纱笼。帕农是一种用布缠裹腰和双腿的服装。 绊尾幔是用一块长约3米的布包缠双腿,再把布的两端卷在一起,穿过两腿之间,塞到腰背处,穿上以后,很像我国的灯笼裤。由于纱笼下摆较宽,穿著舒适凉爽, 因此它是泰国平民中流传最长久的传统服装之一。

  女筒裙是泰国女子下装,曼谷王朝拉玛六世时期(1910-1925)开始流行。筒裙同纱笼一样,布的两端宽边缝合成圆筒状,穿时先把身子套进 布筒里,然后用右手把布拉向右侧,左手按住腰右侧的布,右手再把布拉回,折回左边,在左腰处相叠,随手塞进左腰处。穿时也可以用左手以同样动作向相反方向 完成。

  随着社会的发展和外来的影响,当代泰国人的着装也发生了很大变化。农村青年人中穿西裤和衬衣的已相当普遍。城市里的男子惯于穿制服、西装,大多数场合可穿长裤、衬衣,领带系不系均可。女子则喜欢穿西服裙,大概受女子传统服装筒裙的影响,西服裙一般裁剪得十分合体,紧紧围于臀部。裙子随年龄的差 异长短有所不同,但上衣的式样就千变万化了。

7/23/2553

ประวัติศาสตร์ไทย

泰国的历史

泰国目前之地方,于几千年前即有人居住,但并不是泰族。据一般的了解,泰族是发源于中国的南部,而于公元第十一与十二世纪才移居到目前的泰国。考古学家在 泰国东北部的曼清发现许多古老的遗迹,证明泰国的文化起源于大约五千年前的青铜文化期。史前正确的资料至目前仍然不明,因为泰国的风俗和残存的文化一直在 变动,而且很少记载下来,尤其在第十八世纪,由于受到外族的侵略而毁了不少早期的文物。
  公元第十三世纪末,泰国史上的第一位最英明的国王---孟莱大帝,就在目前泰国北部的清莱与清迈一带建立了一个繁荣的社会,当时所兴建的庙宇显示受到佛教很大的影响。一般而言,泰国除了受到印度佛教的影响外,孟族、高棉族对泰国的影响也不少。
  泰国最大的民族是泰族,这些住在北部的民族,早期己够自给自足,但他们的军事力量却相当薄弱,在公元十三世纪初,终被邻国吴哥王朝的高棉族所 征服,不过,这段入侵时间并不长,泰族在1238年打了一次胜仗,从高棉人手中夺回素可泰城,并建立起泰国历史上的第一个王朝,定都素可泰。
  素可泰在巴利文里的意思是“幸福的黎明”。当时,泰国还没有统一的文字,因此用“素可泰”作为第一个王朝的年号,以表明新时期的开始。

  素可泰王朝的君主为兰甘杏大帝,他被泰国人尊称为“泰国之父”。其最大的贡献,是将国内通行的真腊(即高棉)文字,改创成泰国自己的文字,约在1283年,泰文开始在全国流行。

  兰甘杏大帝受人尊重的另一个原因,是他团结各族,以平等方式对待泰族以外的少数民族如高棉、马来人和华人。他本身亦崇尚佛教,并派信徒至锡兰(今斯里兰卡)学习佛经,让他们回国后宣扬小乘佛教教义。
  素可泰王朝建立后,国泰民安,其势力开始向湄南河盆地流域扩展。到公元十四世纪初期,素可泰王朝的势力,己经影响整个马来半岛和老挝(即寮国)一带。

  兰甘杏去世后,强盛一时的王朝逐渐衰弱下去。此时,泰国东部的一股泰族势力,正在日益壮大,很快蔓延到中部地区。1347年,一名太守的女婿 拉玛铁菩提,结集兵力在湄南河和巴塞河的汇合地方,建立了一座新城,取名阿育他(华人称之为大城),并立号为王,这就是后来的大城王朝。

拉玛铁菩提称王后,立即展开外交和军事攻势,有意占领整个湄南河流域,包括北部的素可泰王朝。他的精明思想和治国才能,为大城王朝的基业奠定了基础,且取代了素可泰王朝的地位。
  大城王朝维持了四百多年,经历三十三位君主。十五世纪末,绕非洲好望角至东方之航线开辟后,欧洲人开始前往泰国通商。首先到来的是葡萄牙人,他们占领了马六甲一带后,于1512年抵达大城,从此,荷兰人、英国人和法国人亦相继而来,企图在泰国这块富饶土地上获得利益。

  此外,泰国与邻国缅甸在这一时期经常发生冲突,持续了一段很长时间。

1767年,缅军再次攻入大城,城内的王宫、佛寺、民房和艺术宝藏均被摧毁。昔日的辉煌殿阁,如今只存残垣断壁,荒草遍地,仅供游人凭吊而己

6/25/2553

春晓 รุ่งอรุณฤดูใบไม้ผลิ

春晓 chūn xiăo  รุ่งอรุณฤดูใบไม้ผลิ
孟浩然เมิ่งเฮ่าหราน

春  眠  不  觉   晓 ,ในฤดูใบไม้ผลิ นอนจนไม่รู้ว่าเช้า
chūn mián bù júe xiăo
处  处  闻  啼  鸟 。ทุกหนทุกแห่ง ได้ยินเสียงนกร้อง
chù chù wén tí niăo
夜  来  风  雨  声 ,กลางคืนมาถึง มีเสียงลมและฝน
yè lái fēng yŭ shēng
花  落  知  多  少 。ดอกไม้ร่วงไม่รู้ว่าเท่าใด
huā luà zhī duō shăo

  
读孟浩然诗感兴  จีนเด็ดดอกไม้

诗琳通  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

春  眠  不  觉   晓 ,ชุนเทียนนอนได้ไปถึงเช้า
处  处  闻  啼  鸟 。ทุกแห่งเราได้ยินปักษา
夜  来  风  雨  声 ,ค่ำคืนเสียงลมฝนพัดมา
花  落  知  多  少 。ดอกไม้ร่วงไม่รู้ว่าเท่าใด

花  繁  须  早  折    จะปล่อยร่วงไปใยเสียดายนัก
勿  待  香  韵  消    เพื่อนรักผู้มีจิตแจ่มใส
花  浓  情  也  重    จงเด็ดดมรมย์รื่นชื่นหทัย
君  心  爽  且  豪    บุปผาคือน้ำใจไมตรี

友  情  深  如  海    สุขล้ำสัมพันธ์ฉันมิตร
前  程  万  里  遥    พาชีวิตเรืองรุ่งมุ่งเกียรติศรี
姹  紫  嫣  红  日    ดอกไม้หลากหลายมากมี
春  园  兢  多  娇    แต่ล้วนงามดีไม่แพ้กัน

中  泰  手  足  情    จะเป็นจีนเป็นไทยใช่ใครอื่น
绵  廷  千  秋  好    จงชมชื่นผูกจิตสนิทมั่น
撷  花  相  馈  赠    เด็ดผกาแทนใจผูกพัน
家  国  更  妖  娆    แบ่งปันประดับเรือนเตือนตาเอย

注释:หมายเหตุ
诗琳通公主在给友人的一封信中提到孟浩然的《春晓》这首诗时曾说:“我很喜欢这首诗, 读来好像人在情浓,一切都令人心旷神怡。 我去澳大利亚时,参观过博物馆———不记得是在哪座城市了。在中国文物收藏室的墙上就贴有这首诗,可见是名作。”
正因为如此。当帕特亚拉民乐团的指挥请求诗琳通公主主赐矛模仿中国风格的泰国古典乐曲 《探桃花》曲词之时, 公主便把译好多年的《春晓》赐给了他们,《春晓》也变成了《探桃花》的第一篇唱词。后来公主又把 《春晓》这首诗加以扩充, 写成了三篇唱词,使其与《探桃花》风格更契合。但写来写去,写成所有的花朵都是好的,都是表达心灵的好工具。探花的目的又是为了献给对方,写了中泰友谊。
1990 年5月初,诗琳通公主写好了这支《探桃花》的唱词。后来,1996 年,当时被聘请为法政大学中文系专家的北京大学泰语专业的裴哓睿副教授将这三篇作品译成了中文。
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงมีลายพระหัตถ์ถึงพระสหายคนหนึ่ง และทรงกล่าวถึงซือ “ชุนเสี่ยว” ของเมิ่งฮ่าวหรานว่า “เราชอบบทกวีบทนี้ อ่านแล้วรู้สึกว่าอากาศสดชื่นดี บรรยากาศยามเช้าตรู่ ตอนที่เราไปออสเตรเลีย ไปพิพิธภัณฑ์จำไม่ได้แล้วว่าที่ไหน ในห้องที่เก็บศิลปวัตถุจีน เขาเขียนบทกวีบทนี้ติดไว้ข้างฝาห้อง แสดงว่าเป็นบทที่มีชื่อเสียง” (ลายพระราชหัตถ์ลงวันที่ 26 กรกฏาคม 2530 ซือเป็นบทกวีประเภทหนึ่งของจีน)
ด้วยเหตุนี้ เมื่อกำนันสำราญ เกิดผล วงดนตรีพาทยรัตน์ ขอพระราชทานบทร้องประกอบเพลงจีนเด็ดดอกไม้ เถา ซึ่งเป็นเพลงเก่าเพลงหนึ่งของวังบางขุนพรหมและเป็นเพลงสำเนียงจีน จึงทรงนำบทแปลซือ “ชุนเสี่ยว” ซึ่งทรงแปลไว้หลายปีแล้ว มาแต่งเป็นกลอนบทแรกของเพลงนี้ คำว่า “ชุนเสี่ยว” แปลว่า “รุ่งอรุณฤดูใบไม้ผลิ” (ชุน = ฤดูใบไม้ผลิ เสี่ยว = ย่ำรุ่ง รุ่งอรุณ)
บทกวีนี้กล่าวถึงคืนในฤดูชุนเทียน (ฤดูใบไม้ผลิ) ซึ่งอากาศดี ทำให้นอนสบายกว่าฤดูอื่นจึงหลับไปถึงเช้า โดยไม่ทราบว่าตอนกลางคืนระหว่างที่หลับไปนั้น มีลมฝนพัดมา ทำให้ดอกไม้ที่บานในฤดูใบไม้ผลินั้นร่วงหล่นไปเป็นจำนวนมาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเคยอธิบายให้พระสหายฟังว่า “บทกวีนี้บางคนเคยบอกว่าเป็นการเปรียบเทียบเหมือนคนเรานอนหลับไม่รู้เรื่องราว ชีวิตคนอื่นจะยากลำบากอย่างไร เราก็ไม่รู้”
ส่วนบทร้องอีก 3 บทต่อมานั้นทรงพระราชนิพนธ์ต่อเติมซือ “ชุนเสี่ยว” เพื่อขมวดให้เข้ากับชื่อเพลง “จีนเด็ดดอกไม้” รับสั่งว่าเขียนไปเขียนมาก็วกมาเป็นว่า ดอกไม้ทั้งหลายล้วนเป็นของดี ใช้เป็นเครื่องแสดงน้ำใจไมตรีได้อย่างดีเลิศ เลยกลายเป็นเด็ดดอกไม้แบ่งปันกันสานเป็นสัมพันธไมตรีจีนกับไทย
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชนิพนธ์เนื้อร้อง “จีนเด็ดดอกไม้ เถา” ในต้นเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2533
ต่อมาในปี พ.ศ. 2539 ได้มีการแปลบทร้องที่ทรงต่อเติมจากบทกวีจีนทั้ง 3 บทดังกล่าวเป็นภาษาจีน โดยรองศาสตราจารย์ เผยเสี่ยวรุ่ย (Péi Xiăo ruì) แห่งภาควิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ซึ่งได้รับเชิญเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำภาควิชาภาษาจีน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อยู่ในขณะนั้น

จากหนังสือ หยกใสร่ายคำ
พระราชนิพนธ์แปลบทกวีจีนในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี

5/05/2553

不入虎穴 焉得虎子 ไม่เข้าถ้ำเสือ ใยจะได้ลูกเสือ

东汉时代 班超根匈奴打仗 ,立下汗马功劳,接着朝廷派出使西域 ,进行连络工作。 他首先到了鄯善国,起初国王很敬重他,但隔不多时, 却对他们很怠慢,班超料定匈奴也派人连络 鄯善, 而使国王踌躇,不知顺从哪一边为好,于是便约集同去的人饮酒,向大家说:[现在我们都处在危险的境地里了, 匈奴也派人来连络鄯善, 鄯善的国王对我们这么冷淡,如果让他把我们绑起来送给匈奴,我们连骸骨也要给豺狼吃掉, 你们以为该怎么办呢? ]
大家坚决地异口同声说: [ 不管死或生, 我们一致听从你的主张. ] 于是, 班超激动地说, [不入虎穴不得虎子. 唯一的办法, 就在今晚用火攻击匈奴派来的人, 把他们一网打尽。只有如此鄯善的国王才能诚心归顺汉朝,我们的大工也就达成了。]  当天晚上班超便率领同去的三十六人攻击多数的匈奴人员,由于他们的勇敢,获得了预期的胜利。
后来的人,就根据班超所说的话,引伸成 [不入虎穴, 焉得虎子] 这句话,用来说明人不下定决心,不深入险境,不经过艰难苦斗,绝不能获得成功的果实。
ไม่เข้าถ้ำเสือ ใยจะได้ลูกเสือ
รัชสมัยตงฮั่น ปันเชาทำการสู้รบกับมองโกลจนเกิดมีความดีความชอบ ราชสำนักจึงได้ส่งเขาไปเป็นฑูตที่เมืองซียวี่ (เป็นเมืองที่อยู่ชายแดนแถบมองโกล) เพื่อทำการเจรจา ปันเชาเดินทางไปถึงเมืองซ่านซ่านก่อน ตอนแรกเจ้าเมืองก็ให้ความเคารพนอบน้อมต่อเขา แต่พอผ่านไประยะหนึ่ง กลับปฏิบัติต่อเขาอย่างเย็นชา ปันเชาคาดว่าทางมองโกลจะต้องส่งคนมาเจรจากับเจ้าเมืองซ่านซ่านด้วยเช่นกัน  ทำให้เจ้าเมืองซ่านซ่านเกิดความลังเลว่าควรจะโอนอ่อนคล้อยตามฝ่ายใดดี  ปันเชาจึงนัดชุมนุมดื่มกินกับผู้ที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน และพูดกับทุกคนว่า “ตอนนี้ เรากำลังตกอยู่ในภาวะคับขัน มองโกลก็ส่งคนมาเจรจากับซ่านซ่าน เจ้าเมืองซ่านซ่านตอนนี้ไม่แยแสพวกเราแล้ว ถ้าหากเขาจับพวกเรามัดแล้วส่งให้มองโกลละก็ แม้แต่โครงกระดูกก็คงจะถูกทิ้งให้หมาป่ากินเป็นแน่ พวกท่านคิดว่าเราควรทำอย่างไรกันดี”
ทุกคนยืนกรานพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่ว่าเป็นหรือตาย พวกเราทั้งหมดจะขอยึดตามความคิดเห็นของท่านทุกประการ” ปันเชารู้สึกซาบซึ่งใจ พูดว่า “หากไม่เข้าถ้ำเสือ เราก็จะไม่ได้ลูกเสือออกมา” “มีวิธีเดียวก็คือคืนนี้เราจะใช้ไฟเข้าไปจู่โจมคนของมองโกล จัดการพวกมันให้ราบคาบ วิธีนี้ถึงจะสามารถทำให้เจ้าเมืองซ่านซ่านหันกลับมาสวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์ฮั่นเหมือนเดิม งานของพวกเราจึงจะถือว่าสำเร็จลุล่วง” 
ในคืนวันนั้นเอง ปันเชาได้นำผู้ร่วมเดินทางเพียง 36 คนบุกเข้าจู่โจมผู้คนจำนวนมากที่มาจากมองโกล ด้วยความกล้าหาญ การบุกโจมตีครั้งนี้จึงทำให้พวกเขาได้รับชัยชนะดั่งที่คาดไว้
คนรุ่นหลัง ได้ยึดตามคำพูดของปันเชาและแผลงมาเป็นประโยคที่ว่า “ไม่เข้าถ้ำเสือ ใยจะได้ลูกเสือ” เพื่อใช้อธิบายถึง “ผู้ที่ไม่สามารถตัดสินใจอย่างแน่วแน่เมื่อจะทำอะไร หรือผู้ที่ไม่กล้าเผชิญหน้าและต่อสู้กับความยากลำบาก ก็จะไม่สามารถเป็นผู้ที่ประสบกับความสำเร็จได้เลย”

生词:
穴    xùe   ถ้ำ, โพรง
焉    yān   ไฉน, ใย
匈奴    xiōng-nú  ชนเผ่ามองโกล
立下    lì-xià  ได้ทำไว้, ก่อไว้, ตั้งไว้
连络    lián-luò  ติดต่อเจรจา
敬重    jìng-zhòng เคารพนอบน้อม
汗马功劳   hàn-mă-gōng-láo  ความดีความชอบ
朝廷  cháo-tíng  ราชสำนัก
隔不多时  gē-bù-duō-shí  พอไม่นาน
怠慢   dài-màn  เฉื่อยชา, เย็นชา
料定  liào-dìng  คาดคะเน, คาดไว้
踌躇  chóu-chú  ลังเล
于是  yū-shì ดังนั้น
约集  yūe-jí  นัดชุมนุม
境地  jĭng-dì  เขต
冷淡  léng-dăn เย็นชา, ไม่แยแส
绑  bāng  มัด (กริยา)
骸骨  hái-gŭ  โครงกระดูก
豺狼  chái-láng หมาป่า
异口同声  yí-kŏu-tóng-shēng  พูดพร้อมเพรียงกันขึ้นมาโดยไม่ได้นัดแนะ
一致  yí-zhì ทั้งหมด
听从  tīng-cóng  เชื่อฟัง
攻击  dă-jí จู่โจม
一网打尽  yī-wăng-dă-jìn  จับทีเดียวให้หมด, จัดการให้ราบคาบ
如此  rú-cĭ ดังนี้, เช่นนี้
诚心  chéng-xīn  จริงใจ
归顺  gūi-shùn สวามิภักดิ์, ภักดี
达成  dá-chéng บรรลุผล, สำเร็จ
率领  shuài-lĭng นำพา
预期  yù-qí คาดคะเน, เตรียมไว้ก่อน
胜利  shèng-lì ชัยชนะ
深入  shēn-rù ล่วงล้ำเข้าสู่..
险境  xián-jĭng เขตที่อันตราย
苦斗  kŭ-dòu ความยากลำบาก
绝不能  júe-bù-néng ไม่ได้อย่างเด็ดขาด, ไม่สามารถทำได้อย่างเด็ดขาด

4/22/2553

四副降落伞

一架飞机上有五个人:飞行员、医生、聪明人、学生和运动员。他们一路上有说有笑,十分快乐。
快到目地的时候,飞行员突然走到大家面前,说:“告诉大家一个非常不幸的消息:我们的飞机出了问题,我没有办法修好,现在我需要向地面汇报情况。所以,各位再见了!”他拿起一副降落伞,正要往下跳, 又回过头来,说了一句:“对了,忘了告诉你们,飞机上一共只有四副降落伞,非常抱歉!”说完,他就跳了下去。
剩下的四个人你看我,我看你,不敢相信自己的耳朵。过了一分钟,医生说,“我的病人在等着我,我当然不能死。对不起,我也下去了!”于是,他抓起第二个降落伞包,也跳了下去。
还剩下三个人,可是只有两副降落伞。这时候,聪明人站了起来,说:“我是我们国家最聪明的人,我当然不能死。朋友们,再见了!”说完,抢了一个包也跳了出去。
飞机里只剩下学生和运动员了。学生紧张地看着运动员,心想:他的力气比我大,我当然抢不到降落伞。而且,他也不想去抢降落伞,因为他是一个好心人。 可是,好心人也不想死啊。
这时候,运动员笑了起来,说:“别担心,还有两副降落伞。”
“你说什么?”
“那位聪明人抢走的是我的背包。”
ร่มชูชีพ 4 อัน
ในเครื่องบินลำหนึ่งมีคนอยู่ 5 คน คือ คนขับเครื่องบิน คุณหมอ คนฉลาด นักเรียน และนักกีฬา ตลอดการเดินทางพวกเขาพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน มีความสุขมาก
พอใกล้ถึงจุดหมาย คนขับเครื่องบินเกิดผลุนผลันเดินออกมาพูดกับพวกเขาว่า “ผมมีข่าวร้ายจะแจ้งให้ทราบ เครื่องบินของพวกเราเกิดปัญหา ซึ่งผมไม่สามารถแก้ไขได้ ตอนนี้คงต้องลงไปแจ้งสถานการณ์ให้ทางภาคพื้นดินทราบ ดังนั้น ไว้เจอกันใหม่นะทุกคน” พูดจบเขาก็หยิบร่มชูชีพขึ้นมาอันหนึ่ง ขณะที่กำลังจะโดดลงไป ก็หันกลับมาพูดต่อว่า “เอ่อ ลืมบอกพวกคุณไป บนเครื่องมีร่มชูชีพอยู่แค่ 4 อัน ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ครับ” พูดจบก็โดดลงไป
อีก 4 คนที่เหลือต่างมองหน้ากันอย่างงงๆ แทบไม่เชื่อหูตัวเอง สักครู่ คุณหมอก็พูดขึ้นมาว่า คนไข้กำลังรอผมอยู่ ดังนั้นผมจะตายไม่ได้ ขอโทษด้วยนะ ผมต้องไปแล้ว” แล้วหมอก็หยิบร่มชูชีพอันที่สอง กระโดดลงเครื่องบินไป
ยังเหลืออีก 3 คน แต่ร่มชูชีพกลับเหลืออยู่เพียง 2 อัน ถึงตอนนี้ คนฉลาดพูดขึ้นมาว่า “ผมเป็นคนที่ฉลาดที่สุดของประเทศ ดังนั้นผมจึงตายไม่ได้เช่นกัน” พูดจบก็รีบแย่งร่มชูชีพไปอันหนึ่งแล้วโดดลงไป ถึงตอนนี้บนเครื่องบินก็เหลือคนอยู่อีก 2 คนคือนักเรียนกับนักกีฬา คนที่เป็นนักเรียนเกิดอาการเครียดและครุ่นคิดว่า ตัวเองมีแรงน้อยกว่านักกีฬา ยังไงๆ ก็คงแย่งร่มชูชีพไม่ทันแน่ๆ ดังนั้นเขาจึงไม่คิดที่จะแย่งแล้ว เพราะตัวเองเป็นคนที่มีจิตใจดีงาม แต่ว่า...คนจิตใจงามก็ยังไม่อยากตายนี่นา...
นักกีฬาหันมายิ้มให้เขา แล้วเอ่ยขึ้นมาว่า “ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ยังมีร่มชูชีพอยู่อีก 2 อัน”
“คุณว่าอะไรนะครับ”
“ก็คนฉลาดคนนั้นน่ะ เมื่อสักครู่นี้เขาดันหยิบเอาเป้ของผมไปนะสิ”

生词:
降落伞  jiàng-lòu-săn    ร่มชูชีพ
飞行员  fēi-háng-yuán    คนขับเครื่องบิน
运动员  yùn-dòng-yuán  นักกีฬา
消息 xiāo-xí  ข่าว
汇报 hùi-bào  รายงาน
情况 qíng-kuàng  สภาพการณ์, สถานการ
剩下 shèng-xià  หลงเหลืออยู่
紧张 jĭn-zhāng  เครียด
抢    qiăng  แย่ง
背包 bèi-bāo  กระเป๋าเป้


จากหนังสือเรียน 阅读与写作教程[I] 初级

4/19/2553

招聘 สมัครงาน


一次招聘会上,一个小伙子刚刚走到招聘经理面前,还没说话,经理就告诉他:“行了,你已经被我录用了。”这个小伙子自己都感到很意外。 他身旁的几个人自然不高兴了,说:“你们这招聘是不是事先都内定了?”
经理说:“没有。”
“那他还没有说话怎么就被录用了呢?”
经理的回答是这样的:
“因为我的招聘不是在跟应聘者谈话的时候才开始的,而是从我见到他们那一刻就开始观察了: 这个小伙子走进办公室的时候,看到门口有一块抹布,他停下来用它把鞋底擦干净了才进屋,你们都没有这样做;我还特意在办公室堤上放了一本书,你们是从这本书上迈过去的,只有他把书拾起来, 然后很尊敬地递给了我;你们进屋后都坐在了椅子上,可是他刚刚坐下又站起来了,把座位让给了在他后面走近来的一位长者。就凭着三点我录用了他。第一,踏进屋之前先把鞋底擦净,看得出这个人懂礼貌,第二,他眼睛能观察到细小的事务,说明他很严谨, 有这样素质的人工作起来不容易初差错; 第三,他看到长者进屋后马上主动让座,说明他富有爱心,而我们公司用人最重要的一条标准说是爱心。”
有时,要了解一个人,用不着面对地谈上很久才能看清楚。
(据2005 年1月3日 《梦想吧、梦想论坛》,作者:王振国)

สมัครงาน
ในการสมัครงานครั้งหนึ่ง ชายหนุ่มคนหนึ่งพอมาถึงตรงหน้าผู้จัดการ ยังไม่ทันได้พูดแม้แต่คำเดียว ผู้จัดการก็บอกเขาว่า “ตกลงฉันรับคุณเข้าทำงานแล้ว” ชายหนุ่มคนนั้นเองก็รู้สึกคาดไม่ถึง ส่วนคนอื่นที่อยู่ข้างๆ ต่างพากันไม่พอใจพูดว่า “พวกคุณคงกำหนดตัวไว้ล่วงหน้าเป็นการภายในแล้วใช่หรือไม่”
ผู้จัดการตอบว่า “เปล่าเลย”
“ถ้าอย่างนั้นในเมื่อเขายังไม่ทันได้สัมภาษณ์ คุณก็ตกลงรับเขาแล้วหรือ”
คำตอบของผู้จัดการเป็นดังนี้
“การเลือกรับคนเข้าทำงานไม่จำเป็นที่จะต้องเริ่มต้นจากการเข้าสัมภาษณ์ต่อหน้าเสมอไป แต่มันได้เริ่มต้นตั้งแต่ตอนแรกที่ฉันสังเกตุเห็นพวกเธอแล้ว ชายหนุ่มคนนี้ตอนที่เขาเข้าประตูสำนักงานมา เห็นที่หน้าประตูมีผ้าขี้ริ้วอยู่ผืนหนึ่ง เขาหยุดแล้วใช้ผ้าขี้ริ้วผืนนั้นเช็ดพื้นรองเท้าให้สะอาดก่อนเดินเข้ามาในห้อง แต่พวกเธอกลับไม่ได้ทำแบบเขา แล้วฉันยังจงใจวางหนังสือเล่มนึงไว้บนพื้นด้วย พวกเธอทุกคนต่างก็พากันเดินข้ามหนังสือ มีเพียงเขาเท่านั้นที่ก้มลงเก็บหนังสือขึ้นมา จากนั้นก็นำมามอบให้ฉันด้วยท่าทีเคารพนอบน้อม พวกเธอพอเข้ามาในห้องแล้วต่างคนก็ต่างนั่งลงบนเก้าอี้ของตัว ส่วนเขาพอเพิ่งนั่งเก้าอี้ได้สักครู่ก็รีบลุกให้ผู้อาวุโสท่านหนึ่งที่เดินตามหลังเขาเข้ามานั่งแทน ฉันก็อาศัย 3 ข้อนี้แหล่ะที่รับเขาเข้าทำงาน ข้อที่ 1 ก่อนที่จะก้าวเข้ามาในห้องทำงานเขาเช็ดพื้นรองเท้าให้สะอาดเสียก่อน เห็นได้ชัดเลยว่าเขาเป็นคนที่รู้จักเืรื่องมารยาท ข้อ 2 สายตาของเขาสามารถสังเกตุและมองเห็นอะไรได้อย่างละเอียดละออ แสดงว่าเขาเป็นคนที่สุขุมรอบคอบมาก การได้คนที่มีคุณสมบัติอย่างนิ้มาทำงานย่อมจะไม่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการทำงาน และข้อสุดท้าย พอเขาเห็นผู้อาวุโสเข้ามาในห้องก็รีบลุกเสียสละให้ที่นั่ง ข้อนี้แสดงให้เห็นว่า เขาเป็นคนมีจิตใจเมตตาอยู่อย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งตามมาตรฐานในการรับคนเข้าทำงานข้อหนึ่งของบริษัทเราก็คือ เราต้องการคนที่มีจิตใจเมตตา”
การที่เราจะรู้จักและเข้าใจตัวตนของคนๆ หนึ่งได้อย่างถ่องแท้ ไม่ได้เกิดจากการที่เราต้องพูดคุยกับเขานานๆ เสมอไป

生词:
招聘    zhāo-pìn    สมัครงาน
小伙子 xiăo-huŏ-zi    ชายหนุ่ม, หนุ่มน้อย
经理    jīng-lĭ    ผู้จัดการ, กรรมการผู้จัดการ
录用    lù-yóng  รับเข้าทำงาน
意外    yì-wài   คิดไม่ถึง, คาดไม่ถึง
事先    shì-xiān  ล่วงหน้า
内定    nèi-dìng  กำหนดไว้เป็นการภายใน
应聘    yìng-pìn  ผู้สมัคร
观察    guān-chá สำรวจ, สังเกตุการณ์
抹布    mā-bù  ผ้าขี้ริ้ว
擦    cā   เช็ด, ถู
特意 tè-yì  จงใจ, เจตนา
迈    mài  ก้าว
拾    shí   หยิบ, เก็บ
尊敬 zūn-jìng  เคารพ
递    dì   ส่งให้
座位    zuò-wèi  ที่นั่ง
长者    zhăng-zhĕ  ผู้อาวุโส
凭    ping  อาศัย, ยึดเอา
礼貌    lĭ-mào  มารยาท
细小    xì-xiăo   ละเอียด, เล็กๆ น้อยๆ
严谨    yán-jĭn  สุขุมรอบคอบ
素质    sù-zhì   คุณสมบัติ
差错    chā-cuò  ข้อผิดพลาด
让座    rang-zuò  เสียสละให้นั่ง
富有    fù-yŏu  มีอยู่เต็มเปี่ยม
标准    biāo-zhŭn  มาตรฐาน
 
จากหนังสือเรียน 阅读与写作教程[I] 初级

4/16/2553

成功以脱鞋开始 ความสำเร็จเริ่มจากการถอดรองเท้า

四十多年前,苏联宇航员加加林 乘坐“东方” 1号宇宙飞船进入太空飞行了一百零八分钟,成为世界上进入太空飞行的第一人。他在二十多名宇航员中,之所以能被选中,起决定作用的竟然是一件偶然的小事。
原来,在确定人选前一个星期,设计师科罗廖夫发现,只穿袜子进入座舱。就是这个细节,一下子赢得了科罗廖夫的好感。他感到这个二十七岁的青年如此懂规矩, 有如此珍爱飞船,于是决定让加加林执行这次飞行任务。
成功从脱鞋开始,出听这话, 叫人觉得有点儿不可思议,但细细一想,又觉得十分有道理。 脱鞋虽然是小事,但小事却能反映出一个人的品质和敬业精神。只有把每一件小事都做好,才有机会做成大事。
(据雅琴编者《小故事大道理》)
ความสำเร็จเริ่มจากการถอดรองเท้า
เมื่อสี่สิบปีที่แล้ว นักบินอวกาศของรัสเซียคือ ยูลิการ์การ์ลิน นำยานอวกาศ อิสเทอร์ 1 โคจรสู่อวกาศได้เป็นคนแรกของโลก โดยเขาใช้เวลาอยู่ในอวกาศนานถึง 108 นาที ในบรรดานักบินอวกาศ 20 คนที่สมัครเข้ารับการคัดเลือก เขาเป็นผู้ได้รับเลือกจากเหตุบังเอิญเล็กๆ เหตุหนึ่ง
เหตุที่ว่านี้ก็คือ ก่อนการตัดสินคัดเลือก 1 สัปดาห์ นักออกแบบยานอวกาศพบว่ามีเพียงการ์การ์ลินเท่านั้นที่ถอดรองเท้า และสวมถุงเท้าเข้ามาในห้องควบคุมยานอวกาศ ข้อละเอียดปลีกย่อยเล็กๆ นี้นี่เองที่ทำให้การ์การ์ลินชนะใจนักออกแบบยานอวกกาศผู้นี้ เขามีความรู้สึกที่ดีต่อการ์การ์ลินและคิดว่าหนุ่มน้อยอายุเพียง 27 ผู้นี้รู้และเข้าใจกฏระเบียบ รู้จักที่จะรักและทะนุถนอมยานอวกาศของเขา ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเลือกให้การ์การ์ลินเป็นผู้ปฏิบัติภาระกิจในยานอวกาศในครั้งนั้น
ความสำเร็จเริ่มจากการถอดรองเท้า ครั้งแรกเมื่อได้ยินประโยคนี้ ย่อมทำให้ใครต่อใครรู้สึกว่า ไม่เห็นจะสำคัญตรงไหน แต่ถ้าหากเราลองพิจารณาให้ละเอียด ก็จะรู้ได้ว่ามันสำคัญและดูมีเหตุผลมากมายเลยทีเดียว การถอดรองเท้าถึงแม้จะเป็นเรื่องเล็ก แต่มันสะท้อนให้เห็นถึงคุณสมบัติและความเคารพในหน้าที่การงานของคนๆ หนึ่ง เพราะแม้แต่เรื่องเพียงเล็กๆ น้อยๆ เขายังให้ความสำคัญและทำได้สำเร็จอย่างงดงามแล้วละก็ โอกาสที่จะทำงานใหญ่ให้สำเร็จลุล่วงด้วยดีย่อมมีมากกว่าคนอื่น
生词:
宇航员    yŭ-háng-yuán     นักบินอวกาศ
乘  chéng โดยสาร
宇宙飞船 yŭ-zhòu-fēi-chuán  ยานอวกาศ
太空    tài-kōng  อวกาศ
选中    xuăn-zhòng ได้รับเลือก
偶然    ŏu-rán บังเอิญ
人选    rén-xuăn ผู้เข้ารับการคัดเลือก
设计师  shè-jì-shī นักออกแบบ
座舱    zuò-cāng  ห้องควบคุมยาน
细节    xì-jié  ใส่ใจในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
好感    hăo-găn ความรู้สึกที่ดีต่อ
规矩    gūi-jù กฏเกณฑ์, กฏระเบียบ
珍爱    zhēn-ài รักทะนุถนอม
执行    zhí-xíng ดำเนินการ, การปฏิบัติ
任务    rèn-wù  ภาระหน้าที่, ภาระกิจ
不可思议bù-kĕ-sī-yì  ไม่น่าจะมีข้อคิด, ไม่มีความเห็น
有道理  yŏu-dào-lĭ มีเหตุผล
反映    făn-yìng ผลกระทบ แสดงผลให้เห็น, สะท้อนให้เห็น
品质    pĭn-zhí คุณสมบัติ, คุณลักษณะ
敬业    jìng-yè ความเคารพอาชีพ, เคารพต่อสถานที่หรือสิ่งของ
 
 
จากหนังสือเรียน 阅读与写作教程[I] 初级

4/15/2553

五花八门的请假理由 หลากหลายเหตุผลการลา


在美国,中小学生如果未能去学校上课,第二天就必须交上家长亲笔写的请假条,上边应该说明理由,不然就算作旷课。请看家长们写出的五花八门的理由。
ที่สหรัฐอเมริกา หากนักเรียนชั้นมัธยมหยุดเรียนไป วันรุ่งขึ้นจะต้องส่งจดหมายลาที่เขียนด้วยลายมือของผู้ปกครอง โดยจะต้องแจ้งเหตุผลการหยุดเรียน มิเช่นนั้นจะถือว่าเป็นการขาดเรียน ลองมาดูเหตุผลหลากหลายที่ผู้ปกครองของนักเรียนเขียนดังนี้

•    亲爱的 A 小姐:B 的生日时2月29日,因此每隔三年才能过一次生日。为了让他好好过四年才一次的生日, 望你准假一天。
•    เรียน มิส A: วันเกิดของนักเรียน B คือวันที่ 29 กุมภาพันธ์ เหตุเพราะทุกๆ 3 ปีถึงจะมีวันนี้ 1 ครั้ง ดังนั้นเพื่อเป็นการฉลองวันเกิด 4 ปี 1 ครั้งของเขา หวังว่าคุณคงอนุญาตให้หยุด 1 วัน

•    亲爱的 先生:D 在昨天晚餐时竟说同学的坏话。为了让他改正这个不良习惯,我们决定最好让他今天留在家中反省一天。
•    เรียนคุณ C : เมื่อวานตอนอาหารค่ำนักเรียน D พูดถึงเพื่อนเรียนด้วยคำพูดที่ไม่สุภาพ ดังนั้นเพื่อแก้ไขไม่ให้เขาติดนิสัยที่ไม่ดี วันนี้พวกเราจึงตัดสินใจให้อยู่บ้านทบทวนนิสัยใหม่ 1 วัน

•    亲爱的 E 小姐:F 的生父昨天第四次结婚。尽管他不一定非得参加父亲婚礼,但他仍决定不上学校,以免被同学们笑话。
•    เรียนมิส E: เมื่อวาน คุณพ่อของนักเรียน F แต่งงานใหม่เป็นครั้งที่ 4 ความจริงแล้วเขาไม่ต้องไปร่วมงานแต่งงานของพ่อก็ได้ แต่ยังไงก็ต้องขอหยุด เพื่อหลีกเลี่ยงที่เขาจะโดนเพื่อนร่วมชั้นล้อเลียน

•    亲爱的G小姐,昨天是“愚人节”,H自称为去上学,但我不知他说真话还是假话。不管怎样,我还是给您交上请假条,您看着办吧。
•    เรียนมิส G เนื่ืองจากเมื่อวานเป็นเทศกาล "วันพูดโกหก" นักเรียน H เขาบอกว่าฉันว่าวันนี้เขาไม่ต้องไปเรียน ฉันไม่รู้ว่าเขาพูดจริงหรือโกหก อย่างไรก็ตาม วันนี้ฉันก็ได้ส่งจดหมายลามาให้แล้ว  หวังว่าคุณคงพิจารณา

•    亲爱的 I先生: 请原谅您的学生 J昨天未能到校上课,原因是我们误以为昨天是星期日。顺便说她妈妈也未去上班。
•    เรียนคุณ I ต้องขอโทษด้วยที่นักเรียนของท่าน เมื่อวานไม่ได้มาเรียน เนื่องจากพวกเราเข้าใจผิดว่าเมื่อวานเป็นวันอาทิตย์ บอกตามตรงแม่ของนักเรียนเมื่อวานก็ไม่ได้ไปทำงานเช่นกัน


(据1997 年2月 《中外家庭文摘.请假理由五花八门》,邓红梅编译)
จากหนังสือเรียน 阅读与写作教程[I] 初级

4/14/2553

关于请假 [เกี่ยวกับการลา]

每个人都请过假,请假的理由也是多种多样的。不过,请假不一定真有事,这也是大家都知道的情况。
请假的人不少是想偷懒的人。上学时代,请假是经常的事,好像几天不请假,浑身就不舒服似的。当然,小孩子就是小孩子。请起假来,理由往往是可笑的,比如“老师,今天我浑身肚子疼”,“今天,突然觉得不舒服,医生叫我休息两天”等等。老师听了这些理由,通常是微笑地看看“可怜”的请假者,然后就同情地批准了。 请玩假以后,自然可以去做自己想做的事。。。
那些年龄小,没有发现请假原来也是病,可如果得上了,想治好却没那么容易。
成人的请假和小孩子不同。相比之下,他们的请假不再是跟自己过不去了。什么样的话都能说出口,什么样的倒霉都能遇见。说自己有病得少了,大多数是说自己的亲戚朋友有病了或是遇见车祸了,自己应该去安慰一下等等。请假的人常常都是这样挂着羊头卖狗肉。
从古至今,请假的理由有多少呢?
(据2005 年3 月25日书籍之家网《请假的理由》,作者:悄默)

เกี่ยวกับการลา
เราทุกคนคงเคยผ่านการลามาแล้วทั้งนั้น เหตุผลของการลาก็มักจะแตกต่างกันไปหลายรูปแบบ ซึ่งเหตุผลของการลานั้นๆ ก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง เราทุกคนต่างก็รู้ๆ กันอยู่
เป็นเรื่องปกติที่ส่วนมากเราจะลาเพราะขึ้เกียจทำงาน อยากหลบงาน หรืออยากจะโดดเรียน ถ้าไม่ได้ลาซะบ้าง คงจะครั่นเนื้อครั่นตัวไม่สบายขึ้นมา แน่นอนหล่ะที่ว่า เด็กยังไงก็ยังเป็นเด็ก เมื่อพวกเขาอยากจะลาหยุดเรียน เหตุผลที่ลามักจะฟังดูน่าขันเสมอ เช่น คุณครูค๊ะ วันนี้ทั่วทั้งร่างกายของหนูปวดท้องไปหมด, หรือ วันนี้หนูเกิดไม่สบายขึ้นมากระทันหัน คุณหมอบอกให้หนูพักเรียน 2 วัน เป็นต้น คุณครูมักจะอมยิ้มกับเหตุผลที่น่าสงสารเหล่านี้ แต่แล้วก็ต้องเห็นใจอนุญาตให้ลาได้ พอได้รับอนุญาตให้ลาหยุดกันแล้ว แต่ละคนก็จะไปทำตามสิ่งที่ตนเองปรารถนาที่จะทำ
จะเห็นได้ว่าในตอนที่เรายังเป็นเด็กอยู่ มักอ้างว่าป่วย ใช้เป็นข้ออ้างในการลาเพียงเหตุผลเดียว ซึ่งที่จริงแล้วเราอาจไม่ได้ป่วย แต่หากวันใดเกิดป่วยขึ้นมาจริงๆ อาจจะลาได้ไม่ง่ายนัก
แต่เหตุผลการลาของผู้ใหญ่จะไม่เหมือนกับเด็ก เปรียบเทียบกันแล้ว การลาหยุดของผู้ใหญ่มักจะไม่นำเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเองมาอ้าง เหตุผลที่จะลามีสารพัด แม้กระทั่งเคราะห์ร้ายต่างๆ ก็อ้างว่าเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น การที่จะพูดว่าตัวเองนั้นป่วยกลับน้อยลง  ส่วนใหญ่มักจะว่าอ้างญาติสนิทมิตรสหายป่วย หรือเกิดอุบัติเหตุ ตัวเองจะต้องเข้าไปช่วยเหลือดูแล ปลอบใจ เป็นต้น คนที่ลาหยุด มักจะไม่พูดจริง หรือบอกเหตุผลตรงๆ ในเรื่องที่ตนเองจะลา นับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ลองคิดดูสิว่าเหตุผลของการลามีมากเท่าไหร่แล้ว?

生词:
偷懒    tōu-lăn     เกียจคร้าน
时代    shí-dài     ยุค, สมัย
浑身    hùn-shēn ทั่วทั้งตัว
似的    shì-dē    เหมือนอย่างนั้น, เหมือนกับ   
通常    tōng-cháng มักจะ, เป็นปกติ
可怜    kĕ-lián น่าสงสาร
同情    tong-qíng เห็นใจ
批准    pī-zhŭn อนุญาต
年龄    nián-líng วัย, อายุ
治       zhì บำบัด, รักษา
成人    chéng-rén เป็นผู้ใหญ่
相比    xiāng-bĭ เปรียบเทียบ
亲戚    qīn-qī ญาติสนิท
车祸    chē-huò อุบัติเหตุทางรถ
至       zhì จนกระทั่ง, กระทั่งถึง, จนถึง

4/13/2553

让人哭笑不得的请假理由 เหตุผลการลาที่ทำให้คนพูดไม่ออก

一个小学生三天没来上课,第四天他来了。老师问他为什么旷课,他说: “大前天是我爸爸病了,前天我妈妈病了,昨天…我家的电脑有病毒了.”
นักเรียนประถมคนหนึ่งไม่เข้าชั้นเรียน 3 วัน วันที่ 4 เขามาแล้ว คุณครูจึงถามว่าทำไมถึงได้โดดเรียนไป เขาตอบว่า  สองวันก่อนพ่อของผมป่วย เมื่อวานซืนแม่ของผมป่วย เมื่อวานนี้..ที่บ้าน..คอมพิวเตอร์ของผมติดไวรัสครับ.

冬天的早晨,一位女生刚上课就请假. 她告诉老师, 早晨起床晚了,怕迟到, 急忙跑到学校, 结果发现只穿了一只袜子. 现在脚冷得受不了, 所以得马上回家去穿袜子.
เช้าตรู่ของฤดูหนาว นักเรียนหญิงคนหนึ่งเพิ่งเข้าเรียนมาก็ขอลาแล้ว เธอบอกกับครูว่า เมื่อเช้านี้เธอตื่นสาย กลัวว่าจะมาเรียนไม่ทัน ก็เลยรีบวิ่งมาโรงเรียน พอมาถึงกลับพบว่า สวมถุงเท้ามาแค่ข้างเดียว ตอนนี้เท้าเย็นจนทนไม่ไหวแล้ว จึงขอลากลับบ้านเพื่อรีบไปใส่ถุงเท้า

这天早上, 老师接到一位女生来的电话: “我昨天算命了,算命先生说我最近有大难,要我只呆在家里,不能出行, 更不能上学. ” 老师说: “这是迷信, 不准请假!”  女生的妈妈抢过电话大声叫道: “我就这一个宝贝女儿, 她要是出门被车撞了, 被人杀了,被篓上掉下来的花盆砸伤了,怎么办?” เมื่อเช้านี้ คุณครูได้รับโทรศัพท์จากนักเรียนหญิงคนหนึ่ง “เมื่อวานหนูไปตรวจดวงชะตามา หมอดูทักว่าระยะนี้หนูมีเคราะห์ ให้อยู่แต่บ้านห้ามออกไปไหน ยิ่งมาเรียนก็ยิ่งไม่ได้” คุณครูตอบว่า “นี่เป็นเรื่องงมงาย ครูไม่อนุญาตให้หยุดเรียน” แม่ของนักเรียนหญิงคนนั้นรีบแย่งโทรศัพท์มาพูด “เขาเป็นลูกสาวสุดที่รักของฉันเพียงคนเดียวนะ ถ้าเกิดเขาออกจากบ้านแล้วถูกรถชน หรือถูกคนฆ่า หรือถูกกระถางดอกไม้ตกจากตึกกระแทกใส่บาดเจ็บล่ะก็ ครูจะทำยังไง”

某中学有两个淘气的男生, 一位在上课的时候突然站起来惊叫: “我看不见了,我突然什么也看不见了,我的眼睛…” 女老师关切地说: “快去医院!” 那男生就一溜烟跑了出去. 他后面的男生立刻站起来对老师说: “我得去帮他,他看不见,万一撞倒墙就糟了.” 女老师说: “去吧,如果严重就找他家长啊!”  十分钟后,有人看见他俩在校门外的冷饮店里乐呵呵地吃着冰激凌.
ชั้นมัธยมแห่งหนึ่งมีนักเรียนชายที่เกเรอยู่สองคน คนแรกขณะอยู่ในห้องเรียนจู่ๆ ก็ลุกขึ้นยืนอย่างกระทันหันและร้องจนน่าตกใจว่า “ผมมองไม่เห็นแล้ว จู่ๆ ผมก็มองอะไรไม่เห็นเลย ตา...ตาของผม..”
ครูผู้หญิงพูดอย่างเป็นห่วงว่า “เธอรีบไปโรงพยาบาลเร็วเข้า” นักเรียนชายคนนั้นเพียงแว๊บเดียวก็วิ่งหายออกไปอย่างไร้ร่องรอย นักเรียนชายอีกคนนั่งอยู่ด้านหลังรีบลุกขึ้นยืนพูดว่า “ผมต้องไปช่วยเขาครับ เขามองอะไรไม่เห็น เกิดไปชนกับกำแพงเข้าละก็ แย่แน่ๆ เลยครับ” ครูผู้หญิงพูดว่า “งั้นเธอก็รีบไปช่วยเขาเถอะ ถ้าหากว่าร้ายแรงมากละก็ ให้รีบบอกผู้ปกครองของเขาด้วยนะ” สิบนาทีให้หลัง มีคนเห็นทั้งสองกำลังนั่งกินไอศครีมอย่างมีความสุขอยู่ที่ร้านขายเครื่องดื่มหน้าประตูโรงเรียน


(据2004 年4 月20日东方新闻出版网
((让老师哭笑不得的请假理由)), 作者: 佚名)

生词:
请假 qĭng-jià ขอลา,ขอหยุด
理由 lĭ-yóu เหตุผล
旷课 kuàng-kè โดดเรียน,หนีเรียน
病毒 bìng-dú ไวรัส
袜子 wà-zĭ ถุงเท้า
算命 suàn-mìng ตรวจดวงชะตา
难 nàn เคราะห์
呆 dāi อยู่
迷信 mí-xìn ความเชื่อที่งมงาย
准 zhŭn    อนุญาต
抢 qiăng    แย่ง
宝贝 băo-bèi ลูกรัก,อันเป็นที่รัก
撞   zhuàng ชน, ปะทะ
花盆 huā-pén กระถางดอกไม้
砸   zá ทุบ,กระแทก
某   mŏu นั้นๆ
淘气 táo-qì เกเร,แสบ,ถ้าใช้กับผู้หญิงหมายถึงขี้งอน
关切 guān-qiè เป็นห่วง,กังวล
一溜烟 yí-liù-yān รวดเร็วราวหมอกควัน
万一 wàn-yī เผื่อว่า...
严重 yán-zhòng หนักหนา สาหัส ซีเรียส
家长 jiā-zhăng ผู้ปกครอง
冷饮 lĕng-yĭn เครื่องดื่มเย็นๆ
乐呵呵  lè-hē-hē มีความสุข อย่างลิงโลดใจ
冰激凌 bīng-jī-líng ไอศครีม

จากหนังสือเรียน 阅读与写作教程[I] 初级

4/12/2553

提示 คำเตือน

在英国,所有灯泡的包装纸上都印着这样一句话:Do not put that object into your mouth!  意思是“不要把灯泡放进口中”!是不是有点儿可笑?除了神经病,谁会把灯泡塞进嘴里?一天,我和朋友谈到了这个问题,他突然很认真地告诉我,由本书上也这么说, 真的有人试过,而且确实拿不出来。原因是灯泡放进口中后便会卡住,无论如何也拿不出来。
对此,我十分怀疑。我认为灯泡里面十分光滑,如果可以放进口中,证明口部足够大,因此理论上说应该可以拿出来。回到家中, 我拿起一个灯泡左思右想,始终觉得我的想法没错。我决定试一下。
为此我专门买了一瓶食用油, 以防卡住拿不出来。一切准备好后,我把灯泡放进口中。不用一秒钟,灯泡边滑入口中, 照这样看,要拿出来绝无问题。接着,我轻松地拉了一下灯泡,然后再加点儿力,又把口张大一些。 天啊,真的卡住拉不出来了!好在还有一瓶油…………….
三十分钟后,我倒了十分之三瓶油,其中一半倒进了肚子,可那灯泡还是动也不动。 我只好打电话求救,号码刚按了一半, 才想起口中有个灯泡,如何说话?没办法,只好写了张纸条,去敲邻居的门。 邻居一见我的样子, 就大笑起来,笑得流出了眼泪。 半小时后,它帮我叫了一辆出租。 司机一见我,笑得半天开不了车。 在车上,他不停地说我的嘴太小,还说如果是他就没问题。
在医院, 我被护士马了十多分钟,说我浪费她的时间。 那些本来病苦万方的病人,见了我都好像没病了,人人开怀大笑。  医生把棉花放进我嘴里的两边,然后轻轻把灯泡敲碎, 一片片拿出来。
当我走出医院大门时,迎面来了一个人,正是刚才那位司机,他口里正含着一个灯泡……….
( 据《现代女报》)


คำเตือน
ที่ประเทศอังกฤษ บนกล่องบรรจุภัณฑ์ของหลอดไฟฟ้าแบบกลมมนจะมีคำเตือนเขียนไว้ว่า “Do not put that object into your mouth!” ความหมายก็คือ “อย่านำของสิ่งนี้ใส่เข้าไปในปากของท่าน” ฟังดูน่าขันใช่มั๊ย เพราะนอกจากคนบ้าแล้ว มีใครบ้างหล่ะที่จะเอาหลอดไฟยัดใส่เข้าไปในปาก
วันหนึ่งผมกับเพื่อนคุยกันถึงเรื่องนี้ เพื่อนของผมพูดอย่างจริงจังว่า มีเอกสารยืนยันด้วยนะว่าเคยมีคนเอาหลอดไฟใส่เข้าไปในปาก แล้วเอาออกมาไม่ได้ เหตุผลเพราะว่าเมื่อหลอดไฟเข้าไปอยู่ในปากแล้วมันจะติดคาอยู่ ไม่สามารถนำเอาออกมาได้
กับเรื่องนี้ ผมรู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก ก็ในเมื่อหลอดไฟมันทั้งเรียบทั้งลื่นซะขนาดนั้น หากมันสามารถนำเข้าไปในปากได้ก็แสดงว่าปากมีขนาดกว้างพอ ตามทฤษฏีแล้ว มันก็น่าจะนำออกมาได้เช่นกัน พอกลับไปถึงบ้าน ผมก็เลยเอาหลอดไฟมาดวงหนึ่ง คิดแล้วคิดอีก สุดท้ายผมก็รู้สึกว่าความเข้าใจของผมนั้นไม่ผิดแน่นอน ก็เลยตัดสินใจที่จะทดลองสักครั้งหนึ่ง
เพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะ ผมยอมลงทุนซื้อน้ำมันพืชมาไว้ขวดนึง เผื่อว่าอาจจะต้องใช้ หากหลอดไฟติดคาปากอยู่แล้วเอาออกไม่ได้ พอเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ผมก็ลองนำหลอดไฟค่อยๆ ใส่เข้าไปในปาก ไม่นานนัก หลอดไฟก็ลื่นไถลเข้าปากไปได้ ดูตามรูปการณ์แล้วหากจะเอาออกก็ไม่น่าจะมี่ปัญหาอะไร ผมจึงลองออกแรงแต่น้อยค่อยๆ ดึงหลอดไฟออก หลังจากการดึงเบาๆ ไม่ได้ผล ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นดึงแรงขึ้น แรงขึ้นและแรงยิ่งขึ้น โอ..พระเจ้า......มันยังคาอยู่ที่ปากอย่างงั้น ดึงไม่ออกจริงๆ ยังดีนะที่ยังมีน้ำมันพืชอีกขวดมาช่วย.....
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ผมเทน้ำมันพืชไปแล้วเกือบค่อนขวด ความจริงแล้วที่เทเข้าปากไปนั้นลงไปอยู่ในกระเพาะของผมซะเกือบครึ่งแล้ว แต่ไอ้หลอดไฟเจ้ากรรม ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย คิดไปคิดมาผมคงต้องโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือแล้วหล่ะ พอกดหมายเลขโทรศัพท์ไปได้ครึ่งหนึ่ง ก็นึกขึ้นได้ว่า หลอดไฟยังคาอยู่ในปาก แล้วจะพูดยังไงล่ะเนี่ย ไม่มีวิธีแล้ว คงต้องเขียนโน๊ตขึ้นมาแผ่นนึง แล้วไปเคาะประตูเพื่อนบ้านขอความช่วยเหลือดีกว่า พอเพื่อนบ้านเห็นหน้าผมเท่านั้นแหล่ะ เธอก็หัวเราะเสียงลั่น หัวเราะจนน้ำตาเร็ดน้ำตาร่วงไปเลย จากนั้นจึงเรียกแท๊กซี่ให้พาผมไปโรงพยาบาล คนขับแท๊กซี่พอเห็นผมเข้า ก็หัวเราะอยู่เป็นนานสองนานกว่าจะออกรถได้ ระหว่างทางเขาไม่หยุดที่จะพูดว่า ปากของผมน่ะเล็กไป ถ้าเป็นปากของเขาละก็รับรองไม่มีปัญหา
ที่โรงพยาบาล ผมถูกคุณพยาบาลด่าซะเป็นกระบุงหาว่าทำให้เธอเสียเวลา บรรดาคนไข้ที่กำลังเจ็บไข้ได้ป่วยทั้งหลาย พอเห็นผมเข้าเท่านั้น ดูเหมือนว่าอาการป่วยเกือบจะหายเป็นปลิดทิ้ง ทุกคนพากันหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็ง คุณหมอเอาสำลียัดเข้าไปในกระพุ้งแก้มของผมทั้ง 2 ข้าง จากนั้นค่อยๆ กระเทาะเอาหลอดไฟออกทีละชิ้น....ทีละชิ้น...
ตอนที่ผมเดินออกมาถึงประตูใหญ่ของโรงพยาบาล ก็ได้เผชิญหน้ากับคนๆ นึง เขาคือคนขับแท๊กซี่เมื่อครู่นี้เอง....เอ่อ...คือว่า...ในปากของเขากำลังอมหลอดไฟอยู่ครับ....
(จาก หนังสือพิมพ์เซี่ยนไต้หนวี่)
生词:
提示  tí-shì เสนอแนะ,เตือน
灯泡  dēng-pào หลอดไฟ (แบบหลอดกลมมน)
包装  bāo-zhuāng บรรจุภัณฑ์
神经病 shén-jīng-bìng โรคประสาท,คนบ้า
赛   sāi ยัด, ใส่เข้าไป
卡   qiă ติด, คาอยู่
无论如何 wú-lùn rú-hé ไม่ว่ายังไร,อย่างไรก็ตาม
表面  biăo-miàn พื้นผิว
光滑  guāng-huá ลื่นเรียบ,เป็นมัน
证明  zhèng-míng พิสูจน์,ทดลอง
足够  zhú-gòu เพียงพอ
理论  lí-lùn ทฤษฎี
左思右想 zuŏ-sī-yòu-xiăng คิดไปคิดมา
始终  shĭ-zhōng ตั้งแต่ต้นจนจบ
专门  zhuān-mén โดยเฉพาะ
以防  yĭ-făng เพื่อป้องกัน
绝   jué อย่างเด็ดขาด, เป็นที่สุด
轻松  qīng-sōng อย่างสบายๆ, ค่อยๆ   
张(嘴) zhāng (zuĭ) อ้า (ปาก)
求救  qiú-jiù ขอความช่วยเหลือ
按   àn กด (动)
邻居  lín-jū เพื่อนบ้าน
浪费  làng-fèi เสียเปล่า
痛苦  tong-kŭ เจ็บ,เป็นทุกข์,ทรมาร
万分  wàn-fēn แสนเข็ญ
开怀大笑 kāi-huái-dà-xiào หัวเราะจนท้องคัดท้องแข็ง
碎  suì แตกเป็นชิ้นเล็กๆ
迎面 yìng-miàn เผชิญหน้า
含  hán อม (动)


จากหนังสือเรียน 阅读与写作教程[I] 初级

4/10/2553

这此无银三百两 ที่นี่ไม่มีเงิน 300 ตำลึง

从前,有个叫张三的人得到了三百两银子。他从没见过这么多银子, 非常怕被人偷走, 可又不知道把它们放在哪里才安全。想来想去,终于想出了一个自认为最好的办法。当天夜里, 张三在自家的院子里挖了一个深坑, 把银子埋了下去。埋好以后还不放心,他又在旁边竖了一个牌子,上边写了七个大字:“此地无银三百两。”这才放心地回去睡大觉了。
张三有个邻居叫阿二,夜里听见有人挖坑的声音,觉得很奇怪, 忍不住来到张三的院子外边偷看。一看到牌子上的字,阿二就乐了。看张三走后, 他赶紧找来工具,偷偷把银子挖出来捧回了家。回到家一数, 一共有三百两银子。他高兴极了,马上把银子藏了起来。藏好以后,阿二心中暗暗高兴,可忽然又一想:“不行,明天早上如果张三发现银子不见了,一定会首先怀疑我。我得想个办法,不能让他对我产生怀疑。”于是,阿二赶紧回去, 在张三的牌子旁边竖了个牌子,上边也写了七个大字:“隔壁阿二不曾偷。”
哈哈哈

ที่นี่ไม่มีเงิน 300 ตำลึง
แต่ก่อนมีคนชื่อจางซาน ได้รับเงินจำนวน 300 ตำลึง เป็นเพราะตนไม่เคยมีเงินจำนวนมากขนาดนี้มาก่อนจึงเกิดความกลัวว่าจะถูกคนขโมยไป และไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดีเงินจำนวนนี้ถึงจะปลอดภัย คิดไปคิดมา ท้ายที่สุดเขาก็หาวิธีที่ตนเองคิดว่าดีที่สุดแล้วได้ คืนนั้นเขาลงมือขุดหลุมลึกๆ ที่บริเวณลานบ้านของตนเอง แล้วนำเงินจำนวนนั้นฝังไว้ ฝังเสร็จแล้วก็ยังไม่วางใจ จึงหาป้ายมาปัก แล้วเขียนตัวอักษรใหญ่ๆ ไว้เจ็ดตัวว่า “ที่นี่ไม่มีเงิน 300 ตำลึง” อย่างนี้แล้วจึงค่อยวางใจกลับไปนอนได้
จางซานมีเพื่อนบ้านชื่ออาเอ้อ ตกกลางคืนได้ยินเสียงคนขุดดิน จึงเกิดความสงสัย อดไม่ได้ต้องมแอบมาดูข้างๆ ลานบ้านของจางซาน พอเห็นตัวหนังสือบนป้าย อาเอ้อก็ดีใจยิ่งนัก เมื่อจางซานเดินจากไปแล้ว เขาจึงรีบหาเครื่องไม้เครื่องมือมาลงมือขุดเอาเงินจำนวนนั้นขึ้นมา ได้เงินแล้วก็รีบหอบกลับบ้าน ถึงบ้านลองนับดู ทั้งหมดมีอยู่ 300 ชั่ง อาเอ้อดีใจเป็นที่สุด รีบนำเงินจำนวนนั้นซ่อนไว้ แอบนึกดีใจอยู่เงียบๆ แต่แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่า “หากพรุ่งนี้จางซานพบว่าเงินหายไป เขาจะต้องสงสัยตนเองเป็นแน่” เขาจึงคิดที่จะหาทางทำให้จางซานไม่เกิดความสงสัย  ดังนั้นจึงรีบกลับไปที่จุดเดิม หาป้ายมาปักไว้ข้างๆ ป้ายของจางซาน แล้วเขียนตัวอักษรใหญ่ๆ ไว้เจ็ดตัวเช่นกัน ว่า “เพื่อนบ้านอาเอ้อไม่เคยขโมย”

生词:
当天     dāng – tiān    วันนั้น
院子     yuàn – zĭ    ลานบ้าน
挖         wà    ขุด (动)
坑        kēng    รู, หลุม
埋        mái    ฝัง (动)
竖        shù    ปัก (动)
牌子    pái – zĭ     ป้าย
忍不住 rĕn – bu – zhù   อดไม่ได้, ทนไม่ไหว
偷看    tōu – kàn  แอบดู
工具    gōng – jù  เครื่องมือ
数        shŭ   นับ (动)
藏        cáng   ซ่อน, แอบซ่อน (动)
暗暗    àn – àn   แบบเงียบๆ แอบๆไว้
怀疑    huái – yí   สงสัย (动)
隔壁    gē – bì  เพื่อนบ้าน

จากหนังสือเรียน 阅读与写作教程[I] 初级

塞翁失马 ผู้เฒ่าซ่ายเสียม้า


古时代,在北方的边塞住着一个老人。一天,他养的一匹马不见了,找了好久也没有找到,邻居们都来安慰他。没想到老人却一点儿不着急,也不悲伤,反而说:“可能是好事呢!”
过了几个月,那匹丢了的马又回来了, 而且后面还跟着一匹骏马。邻居们都来祝贺,可是老人并没有表现出特别高兴的样子,说:“不必太高兴,这也许是件坏事呢!”
几天后,老人的儿子出去骑马的时候、不知道为什么,马好像疯了一样,拼命地跑。儿子控制不了,从马背上摔了下来,结果把腿摔断了。邻居们听说了,都来看望他的儿子,并且安慰老人。老人说:“谢谢你们。但我是这样想的:虽然这是件祸事,但说不定又会给我们带来福气呢!”
不久,战争爆发了,年轻力壮的人都被抓去当兵,老人的儿子因为腿上有伤,就不用上战场了,他因此保住了一条性命.从那儿以后, 父子俩过上了平静的生活.
后来,便有了 “塞翁失马,安知非福”的说法. 意思是说边赛上的老人丢了一匹马, 怎么知道它不是好事呢? 很多时候就是这样,没有绝对的好事,也没有绝对的坏事.
(据  准南子. 人间训 )
生词:
翁       wēng ผู้เฒ่า, ชายแก่
边塞   biān-sài  ชายแดน
养       yăng เลี้ยง (สัตว์)
匹       pī ลักษณะนามของม้า (ตัว)
安慰    ān-wèi ปลอบใจ
悲伤    bēi-shāng เศร้าเสียใจ
反而    făn’ér ในทางตรงกันข้าม, กลับกัน
骏马    jùn-mă ม้าลักษณะดี งามองอาจ
祝贺    zhù-hè อวยพร, แสดงความยินดีด้วย
拼命    pīn-mìng สุดชีวิต
控制    kòng-zhì ควบคุม
摔       shuāi หก, ล้ม, ตก (ลงมา)
断       duàn หัก, แตก
看望    kàn-wàng เยี่ยมเยือน
祸事    huò-shì  อุบัติเหตุ
战争    zhàn-zhēng สงคราม, การรบ
爆发    bào-fā  ปะทุขึ้นมา, พลุ่งพล่านขึ้นมา
年轻力壮  nián-qīng-lì-zhuàng อายุเยาว์และแข็งแกร่งกำยำ
抓        zhuā จับ
当兵   dāng-bīng ไปเป็นทหาร
战场   zhàn-chăng สนามรบ
保       băo   รักษาไว้
性命   xìng-mìng  ชีวิต
绝对   juè-duì  เด็ดขาด
จากหนังสือเรียน 阅读与写作教程[I] 初级


ด้านล่างต่อไปนี้ ผู้เขียนคัดลอกมาจากหนังสือ
มังกรสอนใจ เข้าใจว่าเป็นนิทานเรื่องเดียวกันค่ะ
ผู้เฒ่าซ่าย เสียม้า
ผู้เฒ่าซ่าย เป็นคนที่เข้าใจโลกและชีวิตมากคนหนึ่ง เขามีความเห็นว่า เรื่องราวบนโลกนี้ไม่มีอะไรที่เป็นโชคดีโดยเด็ดขาดและก็ไม่มีอะไรที่เป็นโชคร้ายโดยสิ้นเชิง ทุกอย่างจะต้องมองทั้งสองด้านเสมอ ดังนั้น เมื่อเขาพบกับเคราะห์ร้ายก็ไม่เศร้าโศก เมื่อพบกับโชคดีก็ไม่ดีอกดีใจจนเกินไป มีท่าทีต่อเรื่องต่างๆ ที่ตนประสบพบด้วยความสงบนิ่ง
มีอยู่วันหนึ่ง ม้าตัวหนึ่งของเขาวิ่งหายไป เพื่อนฝูงของเขาเมื่อรู้ข่าวต่างก็พากันมาเยี่ยมปลอบใจเขา แต่ผู้เฒ่าซ่ายกลับตอบว่า “ขอบคุณทุกท่านที่มีน้ำใจแต่ทว่าข้าพเจ้าไม่รู้สึกเสียใจด้วยเรื่องนี้ เสียม้าไปแล้วไม่แน่อาจเป็นเรื่องดีเรื่องหนึ่งก็ได้”
ผ่านไปไม่กี่วัน เจ้าม้าตัวนั้นได้กลับมาเอง และยังพาม้าพันธุ์ดีอันล้ำค่ามาด้วยอีก 1 ตัว เพื่อนฝูงเมื่อทราบข่าวต่างพากันมาแสดงความยินดี แต่เขาพูดว่า “ไม่มีอะไรที่มีคุณค่าจนจำเป็นต้องแสดงความยินดี ได้ม้ามาอีกตัว ไม่แน่อาจเป็นคราวเคราะห์อย่างหนึ่งก็ได้”
ลูกชายของผู้เฒ่าซ่ายชอบม้าพันธุ์ดีตัวนั้นมาก มักขี่ออกไปเที่ยวเล่นเสมอ ม้าตัวนั้นก็วิ่งเร็วมาก มีอยู่คราวหนึ่ง ลูกชายของผู้เฒ่าซ่ายตกจากหลังม้าจนขาพิการข้างหนึ่ง เพื่อนฝูงของผู้เฒ่าซ่ายทราบข่าวนี้ ต่างพากันมาแสดงความเสียใจกับเขา ผู้เฒ่าซ่ายกลับพูดตอบเพื่อนๆ ด้วยท่าทีสงบเยือกเย็นอย่างยิ่งว่า
“ขาพิการไปข้างหนึ่ง ถึงที่สุดแล้ว เป็นเรื่องเคราะห์ร้ายหรือโชคดี ยังตัดสินยาก”
ต่อมาภายหลังไม่นาน เกิดสงครามระหว่างประเทศจีนกับชนเผ่าหู ชายฉกรรจ์ทั้งประเทศต่างก็ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารปกป้องประเทศ สงครามคราวนั้นรบกันอย่างดุเดือดติดพันยาวนาน แต่ลูกชายของผู้เฒ่าซ่ายเนื่องจากขาพิการจึงไม่ต้องไปเป็นทหาร พำนักอยู่ในบ้านดำเนินชีวิตอย่างสงบสุข
สาธุชนทั้งหลาย...
สรรพสิ่งในโลกล้วนไม่เที่ยง มีขึ้นมีลงอยู่ตลอดเวลา มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ สรรเสริญ นินทา สุข ทุกข์   โลกธรรมทั้ง 8นี้ ต่างก็หมุนเวียนเปลี่ยนไป โบราณจึงบอกว่า  “เมื่อเจอเรื่องดีใจก็ให้ยิ้มเพียงมุมปากเดียว อย่าถึงกับห้วเราะฮาๆ ไม่อย่างนั้น ถึงคราวพบเรื่องเสียใจจะต้องร้องไห้โฮๆ”และเมื่อเราพบความยากลำบาก ก็ขออย่าท้อถอย ให้ถือคติว่า ยิ่งมืดยิ่งดึก ยิ่งดึกก็ยิ่งใกล้สว่าง กัดฟันทำงานค่อยๆ แก้ปัญหาไปทีละเปลาะด้วยใจที่เยือกเย็น มั่นคง ยึดมั่นความดี มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง สุดท้ายปัญหาก็จะคลี่คลายไป เรื่องร้ายจะกลายเป็นดีในที่สุด
ภูเขาศิลาล้วนย่อมตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวเพราะแรงลมฉันใด ผู้ที่ทำนิพพานให้แจ้งแล้ว ก็ย่อมมีจิตตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวในโลกธรรมทั้งหลายฉันนั้น (พุทธพจน์)

3/31/2553

中国行政区划 การแบ่งเขตการปกครองของประเทศจีน


序号 全称 ชื่อเต็ม                      简称 ชื่อย่อ      行政中心 เมืองเอก
1  北京市 นครเป่ยจิง (ปักกิ่ง)               京  จิง               北京 เป่ยจิง
2  天津市 มหานครเทียนจิน                       津  จิน              天津  เทียนจิน
3  河北省  มณฑลเหอเป่ย                   晋  จิ้น             石家庄  สือเจียจวง
4  山西省  มณฑลซานซี                     晋  จิ้น                 太原  ไท่หยวน
5  内蒙古自治区                 内蒙古 เน่ยเหมิงกู่      呼和浩特 ฮูเหอฮว่อเท่อ
   เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน
6  辽宁省  มณฑลเหลียวหนิง              辽  เหลียว          沈阳  เสิ่นหยาง
7  吉林省  มณฑลจี๋หลิน                    吉  จี๋                 长春  ฉางชุน
8  黑龙江省 มณฑลเฮยหลงเจียง         黑  เฮย              哈尔滨 ฮาร์บิน
9  上海市  มณฑลซ่างไห่ (เซี่ยงไฮ้)     沪  ฮู่                上海 ซ่างไห่
10 江苏省 มณฑลเจียงซู                    苏 ซู                 南京 หนานจิง
11 浙江 มณฑลเจ้อเจียง                    浙 เจ้อ               杭州 หังโจว
12 福建省 มณฑลฝูเจี้ยน (ฮกเกี้ยน)     闽 หมิ่น              福州 ฝูโจว
13 安徽省 มณฑลอันฮุย                    皖 หวั่น              合肥 เหอเฝย
14 江西省 มณฑลเจียงซี                   赣 กั้น                 南昌 หนันชัง
15 山东省 มณฑลซานตง                  鲁 หลู่                 济南 จี่หนาน
16 河南省 มณฑลเหอหนัน                 豫 อวี้                 郑州 เจิ้งโจว
17 湖北省 มณฑลเหอเป่ย                  湘 เซียง              长沙 ฉางซา
18 湖南省 มณฑลหูเป่ย                     鄂 เอ้อ                武汉 อู่ฮั่น
19 广东省 มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง)    粤 เยว่                广州 กว่างโจว
20 海南省 มณฑลไห่หนาน (ไหหลำ)    琼 ฉยง               海口 ไหโข่ว
21 广西壮族自治区                         桂 กุ้ย                 南宁 หนานหนิง
    เขตปกครองตนเองชนชาติจ้วงกว่างซี
22 重庆市 นครฉงชิ่ง                         渝 หยี                重庆 ฉงชิ่ง
23 四川省 มณฑลซื่อชวน (เสฉวน)      川或属 ชวน(หรือสู่)    成都 เฉิงตู
24 贵州省 มณฑลกุ้ยโจว                   桂或黔 กุ้ย(หรือเฉียน) 贵阳 กุ้ยหยาง
25 云南省 มณฑลหยุนหนาน (ยูนนาน) 云或滇 หยุน(หรือเตียน)昆明 คุนหมิง
26 西藏自治区 เขตปกครองตนเองทิเบต  藏 จั้ง                    拉萨 ลาซา
27 陕西省 มณฑลส่านซี                    陕或秦 ส่าน(หรือฉิน)  西安 ซีอัน
28 甘肃省 มณฑลกานซู่                    甘或陇 กาน(หรือหล่ง) 兰州 หลันโจว
29 青海省 มณฑลชิงไห่                      青 ชิง                     西宁 ซีหนิง
30 宁夏回族自治区                           宁หนิง                   银川 หยินชวน
    เขตปกครองตนเองชนชาติหุยหนิงเซี่ย
31 新疆维吾尔自治区                        乌鲁木齐อูรูมู่ฉี        新 ซิน
    เขตปกครองตนเองชนชาติอุยกูร์ซินเจียง
32 台湾省 มณฑลไต้หวัน                     台 ไถ                  台北 ไทเป
33 香港特别行政区                           港 กั่ง                   香港 ฮ่องกง
     เขตปกครองพิเศษฮ่องกง
34 澳门特别行政区                           澳 เอ้า                  澳门 มาเก๊า
    เขตปกครองพิเศษมาเก๊า

สระในพินอิน

1.    สระเสียงเดี่ยว จำนวน 9 ตัว ได้แก่
a    ออกเสียง    อา
o    ออกเสียง    ออ
e    ออกเสียง    เออ
ê    ออกเสียง    เอ
(z-r) i ออกเสียง อือ
er  ออกเสียง   เออร์
i    ออกเสียง    อี
u   ออกเสียง    อู
ü   ออกเสียง    อวี

2.    สระเสียงผสม จำนวน 29 ตัว ได้แก่
ai    ออกเสียง    ไอ
ei    ออกเสียง    เอย
ao    ออกเสียง    เอา
ou    ออกเสียง    โอว
an    ออกเสียง    อัน
en    ออกเสียง    เอิน
ang  ออกเสียง    อัง
eng  ออกเสียง    เอิง
ong  ออกเสียง    โอง
ia    ออกเสียง    เอีย
ie    ออกเสียง    อี-เอ
iao  ออกเสียง   อี-เอา, เอียว
iou (iu) ออกเสียง  อี-โอว
ian  ออกเสียง    เอียน
in    ออกเสียง    อิน
iang ออกเสียง    เอียง
ing  ออกเสียง    อิง
iong  ออกเสียง    อี-โอง
ua    ออกเสียง    อวา
uo    ออกเสียง    อู-วอ
uai    ออกเสียง    อไว
uei (ui)ออกเสียง  อวย
uan    ออกเสียง   อวาน
uen    ออกเสียง   อเวิน
uang  ออกเสียง  อวาง
ueng  ออกเสียง  เอวิง
üe    ออกเสียง  อวี-เอ
üan  ออกเสียง    เอวียน
ün    ออกเสียง    อวิน

ตัว Y (อี) จะออกเสียงคล้าย “อ, ย” ในภาษาไทย
yi    ออกเสียง    อี, ยี
ya   ออกเสียง    อี-ยา
yao ออกเสียง    เอียว, เยียว
ye   ออกเสียง    อี-เอ, เย
you ออกเสียง    โยว
yan  ออกเสียง    เยียน, เอียน
yin   ออกเสียง   อิน, ยิน
yang ออกเสียง  เอียง
ying  ออกเสียง  อิง, ยิง
yong  ออกเสียง  อี-ยง, โยง
yu    ออกเสียง    อวี
yue   ออกเสียง    เยวีย
yuan   ออกเสียง    เยวียน
yun    ออกเสียง    ยวิน

ตัว W (อู) ออกเสียงคล้าย “อ, ว” ในภาษาไทย
wu    ออกเสียง    อู, วู
wa    ออกเสียง    อวา, วา
wo    ออกเสียง    อู-วอ, วอ
wai    ออกเสียง  อไว, ไว
wei   ออกเสียง  อวย, เวย
wan    ออกเสียง อวาน
wen    ออกเสียง อเวิน, เวิน
wang  ออกเสียง  อวาง
weng  ออกเสียง  เอวิง, เวิง

3/27/2553

拼音 พยัญชนะในพินอิน

ประเภทของพยัญชนะในพินอิน แยกออกเป็น 3 แบบ


1.    เสียงพยัญชนะต้นที่มีเสียงในภาษาไทย มี 11 ตัวดังนี้

       b    p    m    f    d    t    n    l    g    k    h


พยัญชนะ    b    ออกเสียง    ปอ  
พยัญชนะ    p    ออกเสียง    พอ   
พยัญชนะ    m    ออกเสียง   มอ  
พยัญชนะ    f    ออกเสียง    ฟอ


พยัญชนะ    d    ออกเสียง    เตอ
พยัญชนะ    t    ออกเสียง     เทอ
พยัญชนะ    n    ออกเสียง    เนอ
พยัญชนะ    l    ออกเสียง     เลอ


พยัญชนะ    g    ออกเสียง    เกอ
พยัญชนะ    k    ออกเสียง    เคอ
พยัญชนะ    h    ออกเสียง    เฮอ


2.    พยัญชนะที่ไม่มีเสียงในภาษาไทย มี 10 ตัว ดังนี้

      j    q    x    z    c    s    zh    ch    sh    r


พยัญชนะ    j    ออกเสียง     จี   
พยัญชนะ    q    ออกเสียง    ชี   
พยัญชนะ    x    ออกเสียง    ซี   
พยัญชนะ    z    ออกเสียง    จือ   
พยัญชนะ    c    ออกเสียง    ชือ   
พยัญชนะ    s    ออกเสียง    ซือ   
พยัญชนะ    zh   ออกเสียง   จือ (เสียงอยู่ในลำคอสั่นเล็กน้อย)   
พยัญชนะ    ch   ออกเสียง   ชือ (เสียงอยู่ในลำคอสั่นเล็กน้อย)   
พยัญชนะ    sh   ออกเสียง   ซือ    
พยัญชนะ    r     ออกเสียง    ยรือ    


3.    พยัญชนะ กึ่งสระ มี 2 ตัว คือ
พยัญชนะ y    อี  ออกเสียง อ, ย
พยัญชนะ w   อู  ออกเสียง ว



建议 โพสต์แนะนำ

HSK4: บทที่ 7 Text 3

บทที่ 7 ของ HSK 4 (Standard Course) หัวข้อคือ "最好的医生是自己" (คุณหมอที่ดีที่สุดคือตัวเราเอง) ซึ่งเนื้อหาจะเน้นเรื่องสุขภาพ การพักผ่อ...